วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (15 ม.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+/-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารของสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพ AlUdeid ในกาตาร์ ได้รับคำสั่งให้เริ่มอพยพออกจากฐานทัพ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมในการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในช่วงเย็นว่า เขาได้รับการยืนยันจากอิหร่านว่าอิหร่านจะยุติการปราบปรามผู้ประท้วง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจชะลอมาตรการตอบโต้ทางทหารซึ่งขู่ไว้ก่อนหน้านี้
(+/-) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผย ตัวเลขมูลค่าการส่งออกน้ำมันของรัสเซียประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 11 ม.ค. 69 ปรับลดลงสู่ระดับ 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนเริ่มขึ้น โดยมูลค่าการส่งออกที่ปรับลดลงได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันดิบซึ่งปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 15 ติดต่อกัน คาดการปรับลดลงของมูลค่าการส่งออกนี้จะกดดันงบประมาณในการทำสงครามของรัสเซีย
(-) ตลาดกังวลต่อท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งจะเข้ามาดำเนินการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟดในกรุงวอชิงตัน ดีซี โดยการเข้าแทรกแซงดังกล่าวถือเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเฟด เนื่องจากเฟดถือเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร โดยล่าสุดผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อสนับสนุนประธานเฟด ในการดำรงตำแหน่งต่อไป





