ยอดจองซื้อบอนด์ 5 ปีญี่ปุ่น ร่วงต่ำสุดรอบปี ผวาความเสี่ยงการเมือง-ดอกเบี้ยขาขึ้น

ยอดความต้องการพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปีลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปี
KEY
POINTS
- ยอดความต้องการพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปีลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปี
- นักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงทางการเมืองและนโยบายการคลังของรัฐบาลชุดใหม่
- ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดเพื่อสกัดเงินเยนอ่อนค่า
- ความต้องการที่ลดลงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000
ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน หลังผลการประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปีเมื่อวันนี้ (14 ม.ค.) พบว่า มีแรงซื้อต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 12 เดือน สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงทางการเมืองภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดเพื่อสกัดเงินเยนอ่อนค่า
การประมูลพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปีในรอบล่าสุด พบว่า อัตราส่วนการประมูลซื้อต่อจำนวนที่เสนอขาย (Bid-to-Cover Ratio) ร่วงลงมาอยู่ที่ 3.08 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีที่ระดับ 3.54 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาณการ "เมินการซื้อ" ของนักลงทุนในครั้งนี้ยังสะท้อนผ่านค่า Tail หรือส่วนต่างราคาที่กว้างขึ้นเป็น 0.05 ซึ่งบ่งชี้ว่า รัฐบาลต้องยอมให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจให้คนมาซื้อหนี้จนครบจำนวน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) อายุ 5 ปีพุ่งทะยานสู่ระดับ1.615% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อ มาจากการพิจารณา "ความเสี่ยงทางการเงิน" (Fiscal Risk) เนื่องจากรัฐบาลของทาคาอิจิเตรียมเดินหน้าแผนงบประมาณรายจ่ายที่สูงเป็นประวัติการณ์ ควบคู่ไปกับกระแสข่าวการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเปิดทางให้มีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่และการออกพันธบัตรระยะสั้นถึงกลางเพิ่มมากขึ้น
สภาวะดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกว่าปริมาณพันธบัตรจะล้นตลาด (Oversupply) ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจถูกบีบให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วที่สุดภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อพยุงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ "คนซื้อน้อยลง" ในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของตลาดหนี้ญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกับพายุความไม่แน่นอนทั้งจากนโยบายการคลังและการเงิน
อ้างอิง: Bloomberg







