วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Meta ว่าจ้าง ‘คนใกล้ชิดทรัมป์’ คุมเมกะโปรเจกต์ดาต้าเซนเตอร์

Meta ว่าจ้าง ‘คนใกล้ชิดทรัมป์’ คุมเมกะโปรเจกต์ดาต้าเซนเตอร์

Meta เดินเกม AI เต็มสูบ ดึง ‘ดินา พาวเวลล์ แม็คคอร์มิก’ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ของทรัมป์ และอดีตผู้บริหารโกลด์แมน แซคส์ เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง ดูแลเมกะโปรเจกต์ดาต้าเซนเตอร์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Meta บริษัทเจ้าของโซเชียลมีเดีย Facebook ได้ประกาศแต่งตั้ง “ดินา พาวเวลล์ แม็คคอร์มิก” อดีตที่ปรึกษาระดับสูงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเป็นอดีตผู้บริหารของโกลด์แมน แซคส์ ให้เข้ารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ 

หน้าที่หลักของเธอคือ ดูแลโครงการดาต้าเซนเตอร์ขนาดใหญ่ของ Meta รวมถึงกำกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันบริษัทไปสู่เป้าหมายที่เรียกว่า “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” (AI ที่ฉลาดเหนือมนุษย์ในหลายด้าน)

ทั้งนี้ ดินา พาวเวลล์ แม็คคอร์มิก จะรายงานตรงต่อ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta

สำหรับ “พาวเวลล์ แม็คคอร์มิก” เธอมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ “ฝ่ายบริหารของทรัมป์” โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติในสมัยการดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์ และยังเคยทำงานในรัฐบาลของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช มาก่อนด้วย

ขณะที่เดฟ แม็คคอร์มิก สามีของเธอ เป็น “สมาชิกวุฒิสภา” จากพรรครีพับลิกัน รัฐเพนซิลเวเนีย

ทรัมป์ได้โพสต์แสดงความยินดีกับพาวเวลล์ แม็คคอร์มิก เมื่อวันจันทร์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่า

“เธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยม และมีความสามารถอย่างมาก และเคยรับใช้รัฐบาลทรัมป์ด้วยความเข้มแข็ง และโดดเด่น”

ทั้งนี้ พาวเวลล์ แม็คคอร์มิก มีประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษในแวดวงการเงิน รวมถึงการทำงานที่โกลด์แมน แซคส์เป็นเวลา 16 ปี ซึ่งเธอเคยเป็นผู้ดูแลธุรกิจวาณิชธนกิจด้านการลงทุนของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในระดับโลก

ก่อนหน้านี้ เธอดำรงตำแหน่งประธาน และหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าทั่วโลกของบริษัทการลงทุน BDT & MSD Partners ล่าสุด และกำลังจะลาออกจากบริษัทดังกล่าวเพื่อเข้าร่วมงานกับ Meta อย่างไรก็ตาม ตามการเปิดเผยของเกร็ก เล็มคอว์ ซีอีโอร่วมของ BDT & MSD Partners ระบุว่า เธอจะยังคงดำรงตำแหน่งในคณะที่ปรึกษาของบริษัทต่อไป

ที่ผ่านมา Meta ลงทุนเชิงรุกอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขณะที่บริษัทมุ่งเดินหน้าสู่เป้าหมาย “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” ซึ่งหมายถึงระบบ AI ที่สามารถทำงานได้เหนือกว่ามนุษย์ในหลายด้าน ปัจจุบันบริษัทกำลังก่อสร้างดาต้าเซนเตอร์ขนาดระดับกิกะวัตต์หลายแห่งทั่วประเทศ รวมถึงโครงการในพื้นที่ชนบทของรัฐลุยเซียนา

Meta ระบุว่า มีแผนขยายดาต้าเซนเตอร์ในลุยเซียนาให้มีกำลังการผลิตถึง 5 กิกะวัตต์ โดย ซักเคอร์เบิร์ก เคยอธิบายว่า โครงสร้างดังกล่าวมีขนาดเกือบเทียบเท่าเกาะแมนฮัตตัน และในเดือนนี้ Meta ยังประกาศความร่วมมือกับบริษัทพลังงาน เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ซื้อพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลกในภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ Meta ทุ่มงบอย่างหนักด้าน AI บริษัทกำลังพยายามลดต้นทุนในส่วนอื่น โดยมีแผนจะปรับลดพนักงานราว 10% ในหน่วยงาน Reality Labs ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โดยรวมในการโยกงบประมาณออกจากผลิตภัณฑ์โลกเสมือนจริง (VR) บางส่วน เพื่อไปลงทุนในอุปกรณ์สวมใส่ด้าน AI มากขึ้นแทน
 

 

 

อ้างอิง: bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์