คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐ ไฟเขียวอนุมัติสเปซเอ็กซ์ ส่งดาวเทียมสตาร์ลิงก์ รุ่น 2 อีก 7,500 ดวง ขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้บริการทั่วโลก
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐ (FCC) เปิดเผยว่า สเปซเอ็กซ์ของอีลอน มัสก์ สามารถดำเนินการส่งดาวเทียมสตาร์ลิงก์รุ่น 2 อีก 7,500 ดวง ทำให้ตอนนี้ มีดาวเทียมอยู่ในระบบรวมทั้งสิ้น 15,000 ดวงทั่วโลก
ขณะเดียวกัน FCC ยังอนุญาตให้สเปซเอ็กซ์อัปเกรดดาวเทียม และปฏิบัติการครอบคลุมห้าความถี่ อีกทั้ง ยังยกเว้นข้อกำหนดเดิมที่ป้องกันการทับซ้อนในพื้นที่ และเพิ่มขีดความสามารถครอบคลุมมากขึ้น
FCC ระบุว่า ดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้บริการเชื่อมต่อโดยตรงไปยังเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่นอกสหรัฐ เสริมสัญญาณครอบคลุมในสหรัฐมากขึ้น ทำให้สามารถใช้งานบริการโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ รวมถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 1 กิกะบิตต่อวินาที
สหรัฐ เสริมดาวเทียมขยายภูมิรัฐศาสตร์
“การอนุมัติจาก FCC นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ช่วยให้เกิดบริการยุคใหม่” เบรนดัน คารร์ ประธาน FCC กล่าว และระบุว่า การอนุมัติให้กับสเปซเอ็กซ์ สามารถส่งดาวเทียมใหม่ และใช้ดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสูงรวมแล้ว 15,000 ดวง แสดงถึงการดำเนินงานด้านบรอดแบนด์ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างการแข่งขัน และสร้างความมั่นใจได้ว่า ไม่มีพื้นที่ไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ก่อนหน้า สเปซเอ็กซ์ได้ขออนุมัติเพื่อปล่อยดาวเทียมเกือบ 30,000 ดวง แต่ FCC อนุมัติเพียง 15,000 ดวงเท่านั้น
FCC ระบุว่า การอนุมัติดาวเทียมเพิ่มเติมครั้งนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แม้ว่ามีการอัปเกรดสตาร์ลิงก์รุ่น 2 แต่ยังไม่ได้รับการทดสอบในวงโคจร จึงเลื่อนการอนุมัติดาวเทียมสตาร์ลิงก์รุ่น 2 ที่เหลืออีก 14,988 ดวง ซึ่งรวมถึงดาวเทียมที่ใช้งานที่ระดับความสูงเกิน 600 กิโลเมตร
นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุด้วยว่า สเปซเอ็กซ์ต้องปล่อยดาวเทียมรุ่น 2 จำนวน 50% ของจำนวนดาวเทียมที่ได้รับอนุญาต สู่วงโคจรที่กำหนด และดำเนินการใช้งานภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2028 และสเปซเอ็กซ์ต้องปล่อยดาวเทียมที่เหลือภายในเดือนธันวาคม 2031 นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปล่อยดาวเทียมรุ่นแรกจำนวน 7,500 ดวงให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนพฤศจิกายน 2027
จีน ท้าชิงพื้นที่อวกาศสหรัฐ
ในส่วนของจีน บิสสิเนส อินไซเดอร์อ้างรายงานของ CGTN ระบุว่า จีนวางแผนจะปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมาก ขึ้นสู่อวกาศ จะประกอบด้วย ดาวเทียมสื่อสาร 300 ดวง และดาวเทียมสำรวจระยะไกล
จีนอวกาศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคอร์ปอเรชั่น ( CASC ) วางแผนที่จะปล่อยดาวเทียม 192 ดวงในปี 2570 และอีก 300 ดวงในปี 2573
รายงานบลูมเบิร์กได้เทียบระดับความสูงของดาวเทียม ในเครือข่ายสตาร์ลิงก์ (Starlink) ของ อีลอน มัสก์ พบว่า มีวงโคจรรอบต่ำ มีระดับความสูงอยู่ที่ 550 กิโลเมตร ขณะที่ดาวเทียมจีน มีระดับความสูงอยู่ที่ 300 - 450 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม ยิ่งดาวเทียมวงโคจรรอบต่ำมาก (VLEO) ย่อมเสี่ยงจะถูกรบกวนจากแรงดึงดูดโลกมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นหาเทคนิค เพื่อให้ดาวเทียมโคจรในระดับต่ำได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน ดาวเทียมประเภทนี้มีขนาดเล็กกว่า ราคาถูกกว่า มีโอกาสชนกับเศษซากในอวกาศน้อยกว่า และดาวเทียมนี้มีโอกาสเชื่อมต่อสัญญาณได้ดีกว่า ซึ่งเป็นประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการข่าว
ทั้งนี้ แผนการปล่อยดาวเทียมล่าสุด จะเป็นก้าวสำคัญในโครงการอวกาศจีน แต่ได้สร้างความกังวลให้กับกลาโหมสหรัฐ
จีนเพิ่งเปิดตัวสถานีอวกาศที่มีลูกเรือประเทศตนเองประจำการอยู่ และยังได้ประกาศแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์ ซึ่งเอาชนะ SpaceX และ Blue Origin ของแอเมซอน เพื่อส่งจรวดใช้เชื้อเพลิงมีเทน ขึ้นสู่วงโคจร
"จีนยังได้ส่งดาวเทียมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือมากกว่า 700 ดวง นับตั้งแต่ปี 2562 โดยประมาณหนึ่งในสามของทั้งหมด ได้ใช้เพื่อข่าวกรอง การลาดตระเวน และเฝ้าระวัง" พล.อ.แชนซ์ ซอลต์ซแมน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการอวกาศกล่าว
ถึงอย่างไร ขณะนี้จีนก็ยังตามหลังสตาร์ลิงก์ของมัสก์อยู่มาก ถ้านับดาวเทียมของสเปซเอ็กซ์ มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว
อ้างอิง Reuters





