ขุนคลังยัน วางใจได้ ‘มีเงินมากพอคืนภาษี’ หากศาลฎีกาล้มภาษีทรัมป์

กระทรวงการคลังสหรัฐยืนยัน ‘มีเงินมากพอ’ สำหรับคืนภาษีศุลกากร หากศาลฎีกาค้านภาษีทรัมป์ แต่กระบวนการคืนเงินอาจยืดเยื้อหลายเดือน หรือนานถึงหนึ่งปี ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่า ยิ่งศาลยืดเวลาพิจารณาออกไป โอกาสที่ภาษีทรัมป์จะรอดพ้นการคัดค้าน ก็ยิ่งสูงขึ้น
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า “มีเงินมากเพียงพอ” สำหรับการคืนภาษีศุลกากรให้เอกชนและประเทศต่าง ๆ หากศาลฎีกาตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่การคืนเงินจะไม่เกิดขึ้นทันทีทั้งหมด โดยจะ “ทยอยจ่ายเป็นช่วง ๆ” อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ไปจนถึงราวหนึ่งปี ตามการเปิดเผยของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ส
เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า เขายังคงสงสัยว่าศาลจะตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีของทรัมป์หรือไม่ แต่เขาเชื่อว่า หากมีการคืนเงินภาษีจริง ก็จะกลายเป็น “ผลประโยชน์โดยมิชอบ” ของภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทที่ได้ผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคแล้ว
เขาเสริมว่า คำตัดสินในเชิงลบใด ๆ อาจไม่ได้ออกมาในลักษณะ “ใช่หรือไม่ใช่” อย่างตรงไปตรงมา แต่อาจมีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้กระบวนการคืนเงินภาษีมีความยุ่งยาก
“ถ้าจำเป็นต้องทำ เราก็ทำได้ ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ผมบอกได้เลยว่า หากมันเกิดขึ้นจริง ซึ่งผมไม่คิดว่าจะเกิด มันก็จะเป็นแค่ ‘ผลประโยชน์เข้าทางบริษัท’ เท่านั้น” เบสเซนต์กล่าว
“อย่างคอสต์โก ที่กำลังฟ้องรัฐบาลสหรัฐ พวกเขาจะคืนเงินให้ลูกค้าหรือไม่?”
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ระบุว่า โดยทั่วไปแล้วบริษัทต่าง ๆ ไม่ได้ผลักภาระภาษีศุลกากรไปให้ผู้บริโภค โดยกล่าวว่ามีการส่งผ่านต้นทุน “น้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย” พร้อมโต้แย้งว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสินค้ายังคงต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป
ผู้นำเข้าและทนายความด้านการค้าต่างคาดหมายว่า ศาลฎีกาสหรัฐจะมีคำตัดสินในวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ศาลกลับมีคำวินิจฉัยในประเด็นอื่นแทน ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าศาลจะมีคำตัดสินในคดีภาษีศุลกากรเมื่อใด ซึ่งเป็นคดีที่ท้าทายการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดมาตรการภาษีในวงกว้างกับประเทศคู่ค้าของสหรัฐเกือบทั้งหมด
เบสเซนต์เชื่อว่า ยิ่งการตัดสินใจเกี่ยวกับภาษีล่าช้าออกไปนานเท่าใด โอกาสที่ศาลฎีกาจะตัดสินเข้าข้างทรัมป์ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐมีแนวโน้มจะออกคำวินิจฉัยชุดถัดไปในวันพุธที่ 14 มกราคมนี้ ขณะที่หลายคดีสำคัญยังคงรอการตัดสินอยู่ รวมถึงประเด็นความชอบธรรมมาตรการภาษีศุลกากรทั่วโลกในวงกว้างที่ประธานาธิบดีทรัมป์บังคับใช้
ศาลระบุผ่านเว็บไซต์เมื่อวันศุกร์ว่า อาจมีการเผยแพร่คำตัดสินในคดีที่มีการไต่สวนแล้ว ระหว่างที่ตุลาการขึ้นบัลลังก์ในการนั่งพิจารณาคดีตามกำหนดในวันพุธหน้า อย่างไรก็ดี ศาล จะไม่ประกาศล่วงหน้าว่า คดีใดบ้างที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา
ด้วยเงินสดในมือเกือบ 774,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 24 ล้านล้านบาท ณ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐมีเงินมากเกินพอที่จะครอบคลุมการคืนเงินใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
“เราไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ที่เงินทั้งหมดจะถูกจ่ายออกไปในวันเดียว น่าจะทยอยจ่ายเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรืออาจใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี” เขากล่าว
อ้างอิง: reuters







