'ขาดดุลการค้าสหรัฐ' หดแรงสุดตั้งแต่ 2009 หลังนำเข้า 'ยา–ทองคำ' ดิ่ง

การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมลดลงอย่างมากสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009
KEY
POINTS
- การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมลดลงอย่างมากสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009
- สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าที่หดตัวแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเวชภัณฑ์และทองคำ
- ในขณะเดียวกัน การส่งออกของสหรัฐฯ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดตัวเลขขาดดุลลง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของประเทศ เดือนต.ค. ปีที่แล้ว ลดลงอย่างเหนือความคาดหมายสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 หลังการนำเข้าหดตัวแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเวชภัณฑ์และทองคำ ท่ามกลางความผันผวนจากนโยบายภาษีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รายงานระบุว่า ขาดดุลการค้าลดลง 39% จากเดือนก่อนหน้า เหลือ 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าประมาณการของนักเศรษฐศาสตร์ทุกสำนักในการสำรวจของบลูมเบิร์ก แม้ข้อมูลจะล่าช้ากว่า 1 เดือนจากผลกระทบการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง (Government Shutdown)
ด้าน การนำเข้าลดลง 3.2% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของการนำเข้ายาและทองคำที่ไม่ใช้เป็นเงินตรา โดยการนำเข้ายาร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.ค. 2022 หลังบริษัทต่าง ๆ เร่งนำเข้าไปก่อนหน้าในเดือนก.ย. เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากแผนขึ้นภาษีนำเข้ายา 100% ของทรัมป์ ซึ่งภายหลังถูกเลื่อนบังคับใช้
ขณะที่ การส่งออกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนเดียวกัน แม้ตัวเลขยังไม่ได้ปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความผันผวนของการค้าในปีนี้ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายภาษีที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะการค้าในทองคำและเวชภัณฑ์ อย่างไรก็ดี การนำเข้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริมกลับเพิ่มขึ้น สะท้อนสัญญาณความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในบางภาคส่วน จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข้อมูลยังระบุว่า ผลิตภาพแรงงานสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 เร่งตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ซึ่งอาจช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ผลจากรายงานการค้าล่าสุดทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตา (Atlanta Fed) ปรับประมาณการว่า การส่งออกสุทธิจะช่วยหนุน GDP ไตรมาส 4 เกือบ 0.02% ส่งผลให้คาดการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจอยู่ที่ 5.4%
ทั้งนี้ หากพิจารณาในรูป ขาดดุลการค้าแบบปรับเงินเฟ้อแล้ว จะลดลงเหลือ 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ ก.พ. 2020
ในเชิงรายประเทศ ขาดดุลการค้ากับไอร์แลนด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนบทบาทฐานการผลิตของบริษัทยาสหรัฐฯ ขณะที่ขาดดุลกับเม็กซิโก จีน และไต้หวันเพิ่มขึ้น ส่วนขาดดุลกับแคนาดาลดลง
อ้างอิง: Bloomberg







