สหรัฐพบน้ำมันใน 'เวียดนาม' อาจเป็นล็อตใหญ่สุดรอบ 20 ปีในอาเซียน

สหรัฐพบน้ำมันใน 'เวียดนาม' อาจเป็นล็อตใหญ่สุดรอบ 20 ปีในอาเซียน

บริษัทสหรัฐค้นพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งใน 'เวียดนาม' อาจเป็นการค้นพบใหญ่สุดในรอบ 20 ปีของอาเซียน หลังมีปริมาณมากกว่าที่เคยประเมินเอาไว้มาก

บริษัทพลังงานจากสหรัฐ "เมอร์ฟี ออยล์ คอร์ปอเรชัน" (Murphy Oil Corporation) เปิดเผยความคืบหน้าการประเมินแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งเวียดนาม "Hai Su Vang" ที่ค้นพบเมื่อปีที่แล้ว และได้มีการขุดเจาะหลุมประเมินผล Hai Su Vang-2X (HSV-2X) ซึ่งพบว่า มีปริมาณมากกว่าที่เคยประเมินเอาไว้เบื้องต้น และอาจเป็นการค้นพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของอาเซียนในรอบกว่า 20 ปี

หลุมดังกล่าวตั้งอยู่ในบล็อก 15-2/17 ของแอ่งกู๋หลง (Cuu Long Basin) ห่างออกไปราว 65 กิโลเมตร จากชายฝั่งทางตอนใต้ของเวียดนาม โดยเริ่มมีการขุดเจาะตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.2025 

เมอร์ฟี ระบุว่า ค่ากลางที่ปรับปรุงใหม่ของปริมาณทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ได้จากแหล่งกักเก็บหลักนั้น อยู่ในระดับสูงกว่าช่วงที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ที่ 170 - 430 ล้านบาร์เรล เทียบเท่ากับน้ำมัน (MMBOE) และค่าสูงสุดของช่วงใหม่นี้ก็เกิน 430 MMBOE ด้วย นอกจากนี้ ผลลัพธ์จากแหล่งกักเก็บตื้นยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มปริมาณทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในการประเมินก่อนหน้านี้

"แหล่งกักเก็บหลักมีอัตราการผลิตน้ำมัน 6,000 บาร์เรลต่อวันในระหว่างการทดสอบการไหลของหลุมสำรวจ ส่วนน้ำมันที่ได้จากหลุมนี้คือ น้ำมันคุณภาพสูง 37 องศา API สอดคล้องกับผลจากหลุมที่ค้นพบก่อนหน้า และการทดสอบเพิ่มเติมยังคงดำเนินต่อไป" บริษัทระบุ

สหรัฐพบน้ำมันใน 'เวียดนาม' อาจเป็นล็อตใหญ่สุดรอบ 20 ปีในอาเซียน

ด้านบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Wood Mackenzie ประเมินว่า Hai Su Vang อาจเป็นแหล่งน้ำมันขนาด "ใหญ่สุดอันดับ 3" ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เป็นรองเพียงแหล่ง Banyu Urip ในอินโดนีเซีย และ Gumusut ในมาเลเซีย "และอาจเป็นโอกาสสำคัญให้เวียดนามพลิกฟื้นการผลิตน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องมากว่าสองทศวรรษ"

ปัจจุบัน เวียดนามผลิตน้ำมันได้ลดลงมาก จากเดิมที่ประมาณ 365,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2005 ลงมาเหลือต่ำกว่า 120,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2025 และเปลี่ยนสถานะจากผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิเป็นผู้นำเข้าสุทธิ ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อรองรับกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี Wood Mackenzie ระบุว่า "ความล่าช้าด้านกฎระเบียบ และความโปร่งใสของข้อมูล" ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเชิงพาณิชย์ โดยความเร็วในการนำแหล่ง Hai Su Vang เข้าสู่การผลิตจริง จะเป็นบททดสอบสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายพลังงานของเวียดนามที่เริ่มปรับปรุงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ด้านบริษัทเมอร์ฟี ระบุว่า จะเดินหน้าขุดเจาะหลุมประเมินผลเพิ่มเติม ได้แก่ HSV-3X และ HSV-4X เพื่อเพิ่มความแม่นยำของประมาณการทรัพยากร พร้อมยืนยันกรอบงบลงทุนปี 2026 ที่ระดับ 1.1–1.3 พันล้านดอลลาร์ โดยบริษัทถือสัดส่วนผลประโยชน์ในการดำเนินงาน 40% ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น และต่างชาติ


ที่มา: Nikkei Asia

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์