ญี่ปุ่นจ่อขึ้น ‘ค่าวีซ่า-ภาษีท่องเที่ยว’ 5 เท่า ปีนี้ โกยรายได้ 3.5 แสนล้านเยน

ญี่ปุ่นจ่อขึ้น ‘ค่าวีซ่า-ภาษีท่องเที่ยว’ 5 เท่า ปีนี้ โกยรายได้ 3.5 แสนล้านเยน

ญี่ปุ่นจ่อขึ้นค่า ‘วีซ่า-ภาษีท่องเที่ยว’ ปีนี้ เพิ่ม 5 เท่ามีผลบังคับใช้ ก.ค.นี้ หวังโกยรายได้ 3.5 แสนล้านเยน ชดเชยภาษีน้ำมัน โดย 60% แก้ปัญหาท่องเที่ยวล้น 40% อุดหนุนงบรัฐ

สำนักข่าวนิกเคอิเอเชียรายงานว่า รัฐบาล "ญี่ปุ่น” วางแผนปรับขึ้น "ค่าธรรมเนียมวีซ่า และภาษีท่องเที่ยว" เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าประเทศประมาณ 350,000 ล้านเยนต่อปี เพื่อชดเชยงบประมาณที่หายไปจากการยกเลิกภาษีน้ำมันเบนซินเพิ่มเติมเมื่อเดือนที่ผ่านมา

มาตรการนี้คาดว่า จะเริ่มเก็บรายได้เข้ารัฐได้ 225,000 ล้านเยน ในปีงบประมาณ 2569 และจะแตะระดับ 350,000 ล้านเยน ในปีต่อๆ ไป โดยรัฐบาลจะแบ่งเงิน 60% ไปแก้ปัญหา "การท่องเที่ยวล้นเมือง" ปรับปรุงงานกงสุล และระบบตรวจคนเข้าเมือง ส่วนอีก 40% จะนำไปใช้ในงบประมาณด้านอื่นๆ

ขึ้นราคาวีซ่าท่องเที่ยว 5 เท่า 

รายงานระบุว่า จะมีการปรับขึ้นราคาวีซ่าท่องเที่ยวจากเดิม 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่า ส่วนค่าต่ออายุ หรือเปลี่ยนประเภทวีซ่า ปรับจาก 6,000 เยน เป็นประมาณ 40,000 เยน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพำนัก

สำหรับ "ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ" หรือภาษีขาออกที่เก็บรวมกับตั๋วเครื่องบิน จะปรับขึ้นจาก 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนก.ค.นี้ ซึ่งจะมีผลกับทุกคนที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น รวมถึงพลเมืองชาวญี่ปุ่นเองด้วย

เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนญี่ปุ่นจากการขึ้นภาษีขาออก รัฐบาลจึงสั่งลดราคา "ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง 10 ปีลงเกือบครึ่งหนึ่ง จากเดิมประมาณ 16,000 เยน เหลือเพียงประมาณ 9,000 เยน

รายงานระบุว่า สาเหตุที่ต้องเร่งหาความคุ้มค่าจากภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากญี่ปุ่นคาดการณ์ว่ารายได้รัฐจะหายไปถึง 2.2 ล้านล้านเยน ในปี 2569 จากโครงการเรียนฟรี และภาษีน้ำมันที่หายไป โดยรัฐบาลตั้งเป้าหาเงินเพิ่มอีก 1.2 ล้านล้านเยน ผ่านการเก็บภาษีคนรวย และการปรับลดสิทธิพิเศษทางภาษีของภาคเอกชน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์