ทรัมป์ ‘ห้าม’ วอลล์สตรีท กว้านซื้อบ้านเดี่ยว! หวังกดราคาบ้านลง

ทรัมป์ ‘ห้าม’ วอลล์สตรีท กว้านซื้อบ้านเดี่ยว! หวังกดราคาบ้านลง

มาตรการ ‘ห้ามวอลล์สตรีทกว้านซื้อบ้านเดี่ยว’ ของปธน.ทรัมป์ กำลังเขย่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐและเส้นแบ่งการเมืองแบบเดิม เมื่อรีพับลิกันขยับมาใช้แนวคิดที่เคยเป็นธงของเดโมแครต ท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเดินหน้ามาตรการ “สั่งห้ามบริษัทวอลล์สตรีทเข้าซื้อบ้านเดี่ยว” โดยมีเป้าหมายเพื่อลดราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นแรงกระแทกต่อกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าในรูปแบบกองทุนไพรเวทอิควิตี้ และยังกดดันราคาหุ้นของบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ทรัมป์ ระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า เขาได้เริ่มดำเนินการในทันที เพื่อบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และจะเรียกร้องให้รัฐสภานำมาตรการนี้ไปบัญญัติเป็นกฎหมาย อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะใช้กลไกหรือขั้นตอนใดในการดำเนินการดังกล่าว

“เป็นเวลายาวนานมากที่การซื้อและเป็นเจ้าของบ้าน ถูกมองว่าเป็นจุดสูงสุดของความฝันแบบอเมริกัน” ทรัมป์เขียน พร้อมระบุว่า เงินเฟ้อได้ทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันจำนวนมากเอื้อมไม่ถึง

“ผู้คนอาศัยอยู่ในบ้าน ไม่ใช่บริษัท” ทรัมป์กล่าว ซึ่งขณะนี้เขากำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ต้องแก้ไขความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับค่าครองชีพ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาคองเกรสในปีนี้

การที่พรรครีพับลิกันขยับมาเล็งเป้าจัดการเจ้าของบ้านเช่าในวอลล์สตรีท อาจกลายเป็นความย้อนแย้งทางการเมือง เพราะจะทำให้จุดยืนของพรรค “สอดคล้องกับพรรคเดโมแครต” ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้วิพากษ์วิจารณ์การเข้าซื้อที่อยู่อาศัยโดยภาคธุรกิจมาโดยตลอด โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ผลักดันต้นทุนที่อยู่อาศัยให้สูงขึ้น และแม้จะพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อจัดการแนวโน้มนี้ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

สถาบันการเงินจากวอลล์สตรีท เช่น Blackstone, American Homes 4 Rent และ Progress Residential ได้เข้าซื้อบ้านเดี่ยวจำนวนหลายพันหลัง นับตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2008 ที่นำไปสู่การยึดทรัพย์บ้านครั้งใหญ่ทั่วสหรัฐ

รายงานการศึกษาของสำนักงานตรวจสอบภาครัฐสหรัฐในปี 2024 ระบุว่า ณ เดือนมิถุนายน 2022 นักลงทุนสถาบันถือครองบ้านราว 450,000 หลัง หรือประมาณ 3% ของบ้านเช่าแบบบ้านเดี่ยวทั้งหมดทั่วประเทศ

บรรดาเจ้าของบ้านเช่าจากวอลล์สตรีทโต้แย้งว่า การลงทุนของพวกเขาไม่ได้เป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อ โดยในบันทึกงานวิจัยเมื่อเดือนมกราคม 2025 Blackstone ระบุว่า การเข้าซื้อบ้านโดยนักลงทุนสถาบัน ลดลงแล้วถึง 90% นับตั้งแต่ปี 2022 และปัญหาการขาดแคลนอุปทานต่างหาก ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า ปธน.ทรัมป์ จะใช้อำนาจหรือฐานกฎหมายใดในการออกคำสั่งห้ามดังกล่าว และเขาก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่า ต้องการให้รัฐสภาแก้ไขกฎหมายในประเด็นใดบ้าง

นับตั้งแต่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งครั้งแรก ราคาบ้านในสหรัฐเพิ่มขึ้นแล้วราว 75% มากกว่าสองเท่าของอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการโดยรวมตามดัชนี CPI อย่างไรก็ดี อัตราการปรับขึ้นของราคาซื้อขายบ้านได้ชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

สำนักงานกำกับดูแลการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ราคาซื้อขายบ้านทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบกว่า 13 ปี ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของอัตราการเพิ่มขึ้นในช่วงที่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมปีก่อน และต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบ 20% ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2021 และ 2022 อย่างมาก

ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อด้านค่าที่อยู่อาศัยรายปี ซึ่งเคยพุ่งสูงถึง 8.2% หลังช่วงการระบาดของโควิด-19 ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.0% ณ เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าสี่ปี ตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐ

อ้างอิง: reuters