ตึงเครียด! 'จีน' แบนส่งออกสินค้าสองทางไป 'ญี่ปุ่น' ฉุดตลาดหุ้นปิดภาคเช้าร่วงหนัก

จีนประกาศสั่งห้ามส่งออกสินค้า Dual-use ไปญี่ปุ่น หวั่นเสริมศักยภาพทางทหาร ทวีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากกรณี 'ไต้หวัน'
กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ประกาศ "ห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง" หรือ Dual-use ซึ่งสามารถนำไปใช้ทั้งในเชิงพลเรือนและการทหาร ไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลว่าสินค้าเหล่านี้อาจถูกนำไปเสริมศักยภาพทางทหารของโตเกียว ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสองประเทศจากประเด็น 'ไต้หวัน' ซึ่งปักกิ่งถือว่าเป็นดินแดนภายใต้อธิปไตยของตน
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า การส่งออกสินค้า dual-use ไปยังผู้ใช้งานทางทหารของญี่ปุ่น รวมถึงผู้ใช้งานปลายทางอื่นใดที่อาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของญี่ปุ่น ถือเป็นสิ่งต้องห้าม พร้อมย้ำว่าบุคคลหรือองค์กรใดก็ตามที่ฝ่าฝืน โดยโอนหรือจัดหาสินค้าที่ผลิตในจีนให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลในญี่ปุ่น จะต้องเผชิญบทลงโทษทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม
แม้ประกาศดังกล่าวจะไม่ได้ระบุรายการสินค้าที่เข้าข่ายอย่างชัดเจน แต่แหล่งข่าวชี้ว่า "สินค้าบางประเภท โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี" เช่น โดรน และระบบนำทาง อาจถูกดัดแปลงเพื่อนำไปใช้ในทางทหารได้
ทั้งนี้ สินค้าสองวัตถุประสงค์ คือ สินค้า ซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีที่มีทั้งการใช้งานทางพลเรือนและทางทหาร รวมไปถึง "แร่หายาก" (แรร์เอิร์ธ) บางชนิดที่จำเป็นต่อการผลิตโดรนและชิป
มาซาอากิ คานาอิ อธิบดีกรมกิจการเอเชียและโอเชียเนีย กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างรุนแรงต่อ สือ หย่ง รองกงสุลจีน โดยระบุว่ามาตรการที่มุ่งเป้าเฉพาะญี่ปุ่นและเบี่ยงเบนไปจากแนวปฏิบัติสากลนั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และเรียกร้องให้จีนยกเลิกมาตรการดังกล่าว
ทางด้านตลาดหุ้นโตเกียวทรุดลงทันทีในการซื้อขายภาคเช้า หลังจากที่เพิ่งปิดตลาดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันคาร โดยในวันนี้ ดัชนีนิกเกอิ 225 ปิดภาคเช้าที่ระดับ 52,257.11 จุด ลดลง 260.97 จุด หรือ -0.50%
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นทรุดตัวลงตั้งแต่ปลายปี 2024 ที่ผ่านมา หลังนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ระบุว่า กองกำลังทหารญี่ปุ่นอาจเข้าไปมีบทบาท หากจีนใช้กำลังกับ "ไต้หวัน"
ในเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นกล่าวหาว่าเครื่องบินทหารจีนได้ล็อกเรดาร์ใส่เครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่น ทั้งที่อยู่ในระยะปลอดภัย ขณะที่โตเกียวยังคงเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถทางทหารอย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากจีน โดยเตรียมเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมต่อปีเป็นสองเท่า
ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนเพิ่งจัดการซ้อมรบทางทหารขนาดใหญ่รอบไต้หวันเป็นเวลาสองวัน เพื่อส่งสัญญาณเตือนต่อสิ่งที่ปักกิ่งเรียกว่า “กลุ่มแบ่งแยกดินแดน” และ “แรงกดดันจากภายนอก”
ในช่วงเวลาดังกล่าว หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งญี่ปุ่นและกลุ่มที่เรียกว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน โดยระบุว่าผู้นำญี่ปุ่นชุดปัจจุบันกำลังท้าทายอธิปไตยของจีนและระเบียบระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมย้ำว่าญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามให้กับสหรัฐและพันธมิตร
ขณะเดียวกัน ในการพบหารือกับประธานาธิบดี อี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันและความขัดแย้งร่วมกันของจีนและเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศ “จับมือกันปกป้องผลลัพธ์แห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง และรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ”







