จีนเร่งระบาย ‘หนี้เน่า’ ขยายเวลาแบงก์ขายหนี้เสีย หลังผิดนัดชำระพุ่ง

ทางการจีนเร่งระบาย ‘หนี้เน่า’ ที่พุ่งสูง 8 เท่าในปี 2568 ขยายเวลาแบงก์ขาย-โอน ‘หนี้เสีย’ หลังผิดนัดชำระพุ่ง แบงก์พาณิชย์เจอปัญหากำไรลด
บลูมเบิร์กรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของจีน (NFRA) ประกาศขยายระยะเวลานโยบายพิเศษที่อนุญาตให้ธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) สามารถขายหรือโอน "หนี้เสียส่วนบุคคล" ออกไปได้ เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินรับมือกับปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทางการจีนขยายกำหนดเส้นตายจากเดิมปี 2568 ออกไป เพื่อให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นในการจัดการกับหนี้เสีย (NPL) โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อธุรกิจรายย่อยที่เสื่อมสภาพลงตามสภาวะเศรษฐกิจ
การโอนหนี้เสียส่วนบุคคลมีมูลค่าสูงถึง 3.7 หมื่นล้านหยวนในไตรมาสแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นมากกว่า 8 เท่าจากช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยในจำนวนนี้การโอนหนี้เสียจากบัตรเครดิตมีมูลค่า 5.19 พันล้านหยวน
ตอนนี้ บรรดาธนาคารพาณิชย์ในจีนกำลังเผชิญภาวะ "กำไรลดแต่หนี้เพิ่ม" โดยกำไรในไตรมาส 3 ของปี 2568 อยู่ที่ 1.87 ล้านล้านหยวนลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดหนี้เสียค้างคาในระบบพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.5 ล้านล้านหยวน
ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจาก NFRA ระบุว่า ในปี 2567 สถาบันการเงินได้จำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) เป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 3.8 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 3 ล้านล้านหยวนต่อปีตั้งแต่ปี 2563
การที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาตให้ธนาคาร "ขายหนี้เสีย" ออกไปได้ง่ายขึ้น เปรียบเหมือนการเพิ่มช่องทางระบายน้ำเสียออกจากเขื่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบธนาคารเกิดการชะงักงัน เนื่องจากปัจจุบันธนาคารจีนมีกำไรลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ การเก็บหนี้เสียไว้ในบัญชีจำนวนมากจะยิ่งซ้ำเติมฐานะทางการเงินและขีดความสามารถในการปล่อยกู้ใหม่







