วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

ราคาทองแดงพุ่ง 'ทุบสถิติใหม่' ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ ครั้งแรก

ราคาทองแดงพุ่ง 'ทุบสถิติใหม่' ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ ครั้งแรก

'ทองแดง' ทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ต่อตัน เป็นครั้งแรก จากการส่งออกไปสหรัฐที่พุ่งทะยาน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองแดง พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากทะลุสถิติ 13,000 ดอลลาร์ต่อตัน ได้เป็นครั้งแรก เนื่องจากความต้องการส่งออกโลหะไปยังสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง กระตุ้นให้นักลงทุน และผู้ค้าเข้ามาซื้อขายกันอย่างคับคั่ง

ราคาทองแดงพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 1.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13,187 ดอลลาร์ต่อตัน ในการซื้อขายที่ ตลาดโลหะลอนดอน (LME) วันนี้ (6 ม.ค.69) หลังจากที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 4% เมื่อวันจันทร์ 

ส่วน ราคาทองแดงล่วงหน้า 3 เดือน เคลื่อนไหวที่ 13,156.50 ดอลลาร์ต่อตัน ในตลาด LME ณ เวลา 09:25 น. ตามเวลาเซี่ยงไฮ้

ปัจจุบัน ราคาทองแดง ปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า 20% นับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. 2568 ที่ผ่านมา

แรงบวกรอบนี้มาจากความต้องการส่งออกโลหะไปยังสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภัยคุกคามจากมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ราคาทองแดงในสหรัฐมีราคาสูงกว่าตลาดลอนดอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดคำเตือนว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอาจขาดแคลนทองแดง และยิ่งกระตุ้นนักลงทุนที่สนใจทองแดงอยู่แล้วเนื่องจากเป็นโลหะสำคัญมีการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ดาต้าเซนเตอร์ไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

“ปริมาณสินค้าคงคลังทองแดงในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองแดงในตลาดโลก” เฮเลน อามอส นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก BMO Capital Markets กล่าว

ขณะที่อัล มุนโร นักกลยุทธ์โลหะพื้นฐานอาวุโสของบริษัท Marex กล่าวว่า การหยุดงานประท้วงที่เหมือง Mantoverde ในประเทศชิลี ยังช่วยกระตุ้นการเก็งกำไรในตลาดอีกด้วย 

“ความจริงก็คือ นี่เป็นการเก็งกำไรที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุน เนื่องจากตลาดมองเห็นศักยภาพในการปรับตัวขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 หลายคนจึงชะลอการลงทุนไว้โดยหวังว่าราคาจะลดลง” มุนโร กล่าว

ทั้งนี้ ทองแดง กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐบาลทั่วโลกกังวลเกี่ยวกับอุปทาน โดยทองแดงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเนื่องจากมีบทบาทในการเดินสายไฟฟ้า แต่ผู้ทำเหมือง และผู้ค้าได้เตือนมานานแล้วว่าการลงทุนในเหมืองใหม่ไม่ทันกับดีมานด์ความต้องการใหม่ๆ ในขณะที่เหมืองที่มีอยู่เดิมก็เผชิญกับอุปสรรคหลายประการ

นอกจากนี้ ราคาทองแดงยังได้รับแรงหนุนจากราคาโลหะที่พุ่งสูงขึ้น โดยกระแสเงินทุนจากนักลงทุนได้ผลักดันราคาทองคำ เงิน และแพลทินัมให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อะลูมิเนียม และดีบุกก็แตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เหมืองทองแดงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในอินโดนีเซีย และน้ำท่วมใต้ดินในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ก็เป็นอีกปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่ออุปทาน และช่วยผลักดันราคาทองแดงให้สูงขึ้นในปีที่แล้วเช่นกัน

“การลงทุนที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาหลายปี และการหยุดชะงักของเหมืองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดมีกันชนน้อย ขณะที่ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี และการกักตุนสินค้ากำลังทำให้แรงกดดันต่อโลหะที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้น” อีวา แมนเทย์ นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ ING Groep NV กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้ค้า กล่าวว่า การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐในอนาคต โดยทรัมป์กระตุ้นให้เกิดการเร่งส่งทองแดงไปยังสหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว ก่อนที่มาตรการภาษีนำเข้าทองแดงจะทำให้การค้าโลหะชนิดนี้หยุดชะงักลงอย่างกะทันหันในปลายเดือนก.ค. 

ทว่าการค้าทองแดงกลับฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากแผนการทบทวนเรื่องภาษีนำเข้าทำให้ราคาทองแดงในสหรัฐ กลับมาซื้อขายในราคาสูงกว่าปกติอีกครั้ง ข้อมูลการค้าแสดงให้เห็นว่าการนำเข้าทองแดงของสหรัฐในเดือนธ.ค. พุ่งสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 

นักวิเคราะห์จาก UBS Group ประเมินว่า ตลาดทองแดงกลั่นทั่วโลกมีปริมาณเกินความต้องการในปี 2025 แต่การไหลเวียนของโลหะ/สินค้าคงคลังถูกบิดเบือนโดยภาษีนำเข้าของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้การนำเข้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์