ราคาทองแดงพุ่ง 'ทุบสถิติใหม่' ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ ครั้งแรก

ราคาทองแดงพุ่ง 'ทุบสถิติใหม่' ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ ครั้งแรก

'ทองแดง' ทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 13,000 ดอลลาร์ต่อตัน เป็นครั้งแรก จากการส่งออกไปสหรัฐที่พุ่งทะยาน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองแดง พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากทะลุสถิติ 13,000 ดอลลาร์ต่อตัน ได้เป็นครั้งแรก เนื่องจากความต้องการส่งออกโลหะไปยังสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง กระตุ้นให้นักลงทุน และผู้ค้าเข้ามาซื้อขายกันอย่างคับคั่ง

ราคาทองแดงพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 1.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13,187 ดอลลาร์ต่อตัน ในการซื้อขายที่ ตลาดโลหะลอนดอน (LME) วันนี้ (6 ม.ค.69) หลังจากที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 4% เมื่อวันจันทร์ 

ส่วน ราคาทองแดงล่วงหน้า 3 เดือน เคลื่อนไหวที่ 13,156.50 ดอลลาร์ต่อตัน ในตลาด LME ณ เวลา 09:25 น. ตามเวลาเซี่ยงไฮ้

ปัจจุบัน ราคาทองแดง ปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า 20% นับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. 2568 ที่ผ่านมา

แรงบวกรอบนี้มาจากความต้องการส่งออกโลหะไปยังสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภัยคุกคามจากมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ราคาทองแดงในสหรัฐมีราคาสูงกว่าตลาดลอนดอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดคำเตือนว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอาจขาดแคลนทองแดง และยิ่งกระตุ้นนักลงทุนที่สนใจทองแดงอยู่แล้วเนื่องจากเป็นโลหะสำคัญมีการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ดาต้าเซนเตอร์ไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

“ปริมาณสินค้าคงคลังทองแดงในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองแดงในตลาดโลก” เฮเลน อามอส นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก BMO Capital Markets กล่าว

ขณะที่อัล มุนโร นักกลยุทธ์โลหะพื้นฐานอาวุโสของบริษัท Marex กล่าวว่า การหยุดงานประท้วงที่เหมือง Mantoverde ในประเทศชิลี ยังช่วยกระตุ้นการเก็งกำไรในตลาดอีกด้วย 

“ความจริงก็คือ นี่เป็นการเก็งกำไรที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุน เนื่องจากตลาดมองเห็นศักยภาพในการปรับตัวขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 หลายคนจึงชะลอการลงทุนไว้โดยหวังว่าราคาจะลดลง” มุนโร กล่าว

ทั้งนี้ ทองแดง กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐบาลทั่วโลกกังวลเกี่ยวกับอุปทาน โดยทองแดงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเนื่องจากมีบทบาทในการเดินสายไฟฟ้า แต่ผู้ทำเหมือง และผู้ค้าได้เตือนมานานแล้วว่าการลงทุนในเหมืองใหม่ไม่ทันกับดีมานด์ความต้องการใหม่ๆ ในขณะที่เหมืองที่มีอยู่เดิมก็เผชิญกับอุปสรรคหลายประการ

นอกจากนี้ ราคาทองแดงยังได้รับแรงหนุนจากราคาโลหะที่พุ่งสูงขึ้น โดยกระแสเงินทุนจากนักลงทุนได้ผลักดันราคาทองคำ เงิน และแพลทินัมให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อะลูมิเนียม และดีบุกก็แตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เหมืองทองแดงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในอินโดนีเซีย และน้ำท่วมใต้ดินในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ก็เป็นอีกปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่ออุปทาน และช่วยผลักดันราคาทองแดงให้สูงขึ้นในปีที่แล้วเช่นกัน

“การลงทุนที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาหลายปี และการหยุดชะงักของเหมืองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดมีกันชนน้อย ขณะที่ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี และการกักตุนสินค้ากำลังทำให้แรงกดดันต่อโลหะที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้น” อีวา แมนเทย์ นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ ING Groep NV กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้ค้า กล่าวว่า การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐในอนาคต โดยทรัมป์กระตุ้นให้เกิดการเร่งส่งทองแดงไปยังสหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว ก่อนที่มาตรการภาษีนำเข้าทองแดงจะทำให้การค้าโลหะชนิดนี้หยุดชะงักลงอย่างกะทันหันในปลายเดือนก.ค. 

ทว่าการค้าทองแดงกลับฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากแผนการทบทวนเรื่องภาษีนำเข้าทำให้ราคาทองแดงในสหรัฐ กลับมาซื้อขายในราคาสูงกว่าปกติอีกครั้ง ข้อมูลการค้าแสดงให้เห็นว่าการนำเข้าทองแดงของสหรัฐในเดือนธ.ค. พุ่งสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 

นักวิเคราะห์จาก UBS Group ประเมินว่า ตลาดทองแดงกลั่นทั่วโลกมีปริมาณเกินความต้องการในปี 2025 แต่การไหลเวียนของโลหะ/สินค้าคงคลังถูกบิดเบือนโดยภาษีนำเข้าของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้การนำเข้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์