เอกชนญี่ปุ่นนำเข้า ‘ข้าว’ พุ่งเป็น 104 เท่า นี่ไม่ได้สะท้อนเพียงภาพราคาข้าวในประเทศแพง แต่ยังเผยให้เห็น ‘ผลข้างเคียง’ ของนโยบายเกษตรที่จำกัดการผลิตเพื่อพยุงราคา จนทำให้ข้าวนำเข้าถูกกว่า คุ้มค่ากว่า แม้รวมภาษีแล้ว
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า การนำเข้า “ข้าว” ของภาคเอกชนญี่ปุ่น “พุ่งขึ้นถึง 104 เท่า” นับตั้งแต่ต้นปีนี้ หลัง “ราคาข้าวในประเทศพุ่งสูง” ทำให้ข้าวนำเข้าจากต่างประเทศคุ้มค่าและแข่งขันได้ แม้จะต้องเสียภาษีนำเข้าก็ตาม
ไม่เพียงเท่านั้น นโยบายเกษตรของญี่ปุ่นที่ส่งเสริมให้ลดการผลิตข้าว เพื่อพยุงราคา กลับกลายเป็นปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการข้าวนำเข้าราคาถูกโดยไม่ตั้งใจ
ข้อมูลการค้าจากกระทรวงการคลัง ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน ภาคเอกชนญี่ปุ่นนำเข้าข้าวรวม 92,968 ตัน ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีเพียง 897 ตัน
โดยปกติแล้ว การนำเข้าข้าวของภาคเอกชนจะอยู่ในช่วงปีละประมาณ 600–800 ตัน แต่ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 ปริมาณดังกล่าว “เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า” เป็น 3,011 ตัน
การนำเข้ารายเดือนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกรกฎาคมที่ 26,397 ตัน ส่วนเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 2,787 ตัน
รัฐบาลญี่ปุ่น กำหนดโควตาการนำเข้าข้าวปลอดภาษีขั้นต่ำไว้ที่ 770,000 ตันต่อปี โดยในจำนวนนี้เป็นข้าวบริโภคหลักไม่เกิน 100,000 ตัน หากบริษัทเอกชนนำเข้าข้าวเกินโควตาดังกล่าว จะต้องเสียภาษีในอัตรา 341 เยนต่อกิโลกรัม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปกป้องชาวนาญี่ปุ่นจากการแข่งขันด้านราคากับข้าวนำเข้า
อย่างไรก็ตาม สภาพตลาดภายในประเทศได้เปลี่ยนไปแล้ว ในเดือนพฤศจิกายน ต้นทุนการนำเข้าข้าวสหรัฐแบบปลอดภาษีอยู่ที่ 141 เยนต่อกิโลกรัม และแม้รวมภาษีแล้ว ราคาที่แท้จริงก็ยังต่ำกว่า 500 เยนต่อกิโลกรัม
จากภาวะขาดแคลนในปีนี้ ราคาข้าวญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยของข้าวญี่ปุ่นขนาด 5 กิโลกรัม ยังคงอยู่เหนือ 4,000 เยน มาตั้งแต่เดือนมีนาคม ส่งผลให้ข้าวนำเข้ามีความได้เปรียบด้านราคา
ความต้องการข้าวนำเข้า ดูจะเพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจร้านอาหาร บริษัท Colowide ซึ่งบริหารร้านอิซากายะ ได้เริ่มใช้ข้าวพันธุ์ Calrose จากรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยข้าวนำเข้าดังกล่าวคิดเป็นราว 15% ของปริมาณข้าวที่ใช้ในร้านของบริษัท
ตัวแทนของ Colowide ระบุว่า ข้าวนำเข้าจากสหรัฐจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพด้านการจัดซื้อและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ท่ามกลางภาวะอุปสงค์และอุปทานข้าวในประเทศที่ตึงตัว พร้อมเสริมว่า บริษัทจะยังคงใช้ข้าวจากต่างประเทศต่อไป ตราบใดที่คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน และขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาข้าวในประเทศ
สำหรับผลผลิตข้าวปี 2025 จนถึงเดือนพฤศจิกายน ราคาซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 36,803 เยนต่อข้าวเปลือก 60 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นราว 50% จากปีก่อน
นาโอะฮิโระ ยาชิโระ ศาสตราจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยสตรีโชวะ ในกรุงโตเกียว กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของการนำเข้าข้าวโดยภาคเอกชน สะท้อนข้อจำกัดของนโยบายเกษตรที่พยายามพยุงราคาข้าวด้วยการจำกัดการผลิตในประเทศ”
เขากล่าวเสริมว่า “ประเทศอื่นสามารถสร้างผลประโยชน์จากการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีอัตราการพึ่งพาตนเองสูง ญี่ปุ่นจึงควรเพิ่มความสามารถแข่งขันด้านราคาข้าวในประเทศ ด้วยการขยายขนาดการผลิต”
อ้างอิง: nikkei





