วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Berkshire Hathaway ในมือ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ 55 ปี แห่งความสำเร็จ

Berkshire Hathaway ในมือ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ 55 ปี แห่งความสำเร็จ

Berkshire Hathaway ในมือ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ 55 ปี แห่งความสำเร็จ พลิกโฮมโรงงานทอผ้าสู่อาณาจักรโฮลดิ้ง ดัยหุ้นบริษัททะยาน 5,502,284% 
ความมหัศจรรย์ของ ‘การลงทุนเน้นคุณค่า’

วอร์เรน บัฟเฟตต์” (Warren Buffett) ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เทพแห่งโอมาฮา” นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 และ 21 จากการสร้างบริษัทโฮลดิ้งที่ยากจะหาใครเทียบได้อย่างบริษัท “เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์” (Berkshire Hathaway)

Berkshire ภายใต้การนำของบัฟเฟตต์ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปี  ทำให้บริษัทได้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของ "การลงทุนเน้นคุณค่า" และพลังของการเติบโตระยะยาว จนกลายเป็นอาณาจักรระดับโลกที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล 

จากบริษัทสิ่งทอสู่อาณาจักร 1 ล้านล้านดอลลาร์ 

ย้อนกลับไปในปี 1965 บริษัท Berkshire เป็นเพียงบริษัทสิ่งทอขนาดเล็กที่มีมูลค่าไม่ถึง 20 ล้านดอลลาร์ แต่ด้วยวิสัยทัศน์และการลงทุนที่เฉียบคมของบัฟเฟตต์ ได้แปลงโฉมบริษัทเป็นอาณาจักรโฮลดิ้งที่ครอบคลุมธุรกิจหลากหลายแขนงทั้งประกันภัย, การรถไฟ, พลังงาน, การผลิต, การค้าปลีก และการเงิน 

Berkshire Hathaway ในมือ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ 55 ปี แห่งความสำเร็จ

ปัจจุบัน Berkshire มีมูลค่าตลาดเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 40,000 เท่า ในช่วงเวลา 55 ปี และหุ้นของบริษัทพุ่งทะยานขึ้นถึง 5,502,284% นับตั้งแต่ที่บัฟเฟตต์เข้ามารับช่วงต่อบริษัทสิ่งทอจนถึงสิ้นปี 2024 

ราคาหุ้น Class A ของ Berkshire Hathaway คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของการเติบโตที่ไม่ธรรมดา จากระดับราคาที่ต่ำกว่า 20 ดอลลาร์ต่อหุ้นในช่วงแรก ปัจจุบันราคาได้ทะยานขึ้นสู่ระดับกว่า 742,550 ดอลลาร์ต่อหุ้น กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีราคาสูงที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของปรัชญาการลงทุน "ซื้อแล้วถือตลอดไป" ของบัฟเฟตต์

สิ่งที่ทำให้บัฟเฟตต์และ Berkshire Hathaway เป็น “ตำนาน” คือความสามารถในการเอาชนะตลาดได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ 

ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปี มูลค่าหุ้นของ Berkshire เติบโตเฉลี่ยเกือบ 20% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนี S&P 500 ที่เติบโตราว 10% ต่อปี   

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงการเติบโตของ Berkshire คือ ความแข็งแกร่งทาง “การเงิน” ของบริษัทโดดเด่นอย่างมากเมื่อบริษัทมีงบดุลที่มั่นคงด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูง ทั้งเงินสด พันธบัตรรัฐบาล และสินทรัพย์อื่น ๆ  โดยเฉพาะเงินสดที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.81 แสนล้านดอลลาร์ ณ ไตรมาส 3 ของปีนี้

นอกจากนี้ยังมีการถือครองหุ้นในบริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งมีมูลค่าสูงอีกกว่า 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2024  โดยการเติบโตนี้มาจากการที่บัฟเฟตต์เข้าซื้อกิจการสำคัญ ๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น See's Candies, Precision Castparts และ BNSF Railway รวมถึงการสร้างสัดส่วนการถือหุ้นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในหุ้นที่เป็นที่รู้จัก เช่น Apple, Coca-Cola และ American Express

สุดท้ายแล้วความสำเร็จของบัฟเฟตต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลขทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปรัชญาที่ถ่ายทอดผ่านจดหมายประจำปีถึงผู้ถือหุ้นในแจต่ละปี ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและจริยธรรม

แม้จะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ แต่บัฟเฟตต์กลับดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมที่โอมาฮา และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อคนรวย