แบงก์ชาติจีนตุน ‘ทองคำ’ 13 เดือนติด
ซื้อเพิ่มอีก 30,000 ออนซ์ หลังราคาทองคำเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดคาดหวัง ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย
บลูมเบิร์กรายงานว่า แบงก์ชาติจีน (PBOC) ได้เพิ่มปริมาณสำรองทองคำอีก 30,000 ออนซ์ทรอย ในเดือนพ.ย.แล้ว ทำให้ยอดรวมการถือครองทองคำแท่งเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 74.12 ล้านออนซ์ทรอย
จีน เริ่มซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของจีนในการเพิ่มอิทธิพลในตลาดทองคำแท่งโลก
ราคาทองคำพุ่งรับความหวังเฟด
การซื้อทองคำของ PBOC เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น เหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำคือ ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในการประชุมที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 9-10 ธ.ค.นี้ ซึ่งตามปกติแล้ว เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและส่งผลให้ทองคำมีความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่าประธานเฟดคนต่อไปจะใช้แนวทางผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว
ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการตุนทองคำ
สภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้เปิดเผยว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนตุลาคม หลังจากการซบเซาในช่วงกลางปี
แนวโน้มการเพิ่มสำรองทองคำของหน่วยงานภาครัฐเริ่มขยายตัวมากขึ้นตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สำคัญระดับโลก เช่น การรุกรานยูเครนของรัสเซีย และการที่ชาติตะวันตกอายัดสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศของมอสโก การซื้อทองคำจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญที่อนุญาตให้ประเทศต่างๆ ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์
PBOC ไม่เพียงแต่เพิ่มสำรองของตนเองเท่านั้น แต่ยังพยายามดึงดูดธนาคารกลางต่างชาติให้เข้ามาจัดเก็บทองคำในประเทศจีน เพื่อเสริมสร้างสถานะทางการเงินและอิทธิพลในตลาดโลก โดยจนถึงปัจจุบัน PBOC สามารถดึงดูดนักลงทุนได้หลายราย รวมถึง กัมพูชา ด้วย





