วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติจีนตุน ‘ทองคำ’ 13 เดือนติด ซื้อเพิ่ม 30,000 ออนซ์

แบงก์ชาติจีนตุน ‘ทองคำ’ 13 เดือนติด ซื้อเพิ่ม 30,000 ออนซ์

แบงก์ชาติจีนตุน ‘ทองคำ’ 13 เดือนติด ซื้อเพิ่มอีก 30,000 ออนซ์ หลังราคาทองคำเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดคาดหวัง ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ย

บลูมเบิร์กรายงานว่า แบงก์ชาติจีน (PBOC) ได้เพิ่มปริมาณสำรองทองคำอีก 30,000 ออนซ์ทรอย ในเดือนพ.ย.แล้ว ทำให้ยอดรวมการถือครองทองคำแท่งเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 74.12 ล้านออนซ์ทรอย

จีน เริ่มซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของจีนในการเพิ่มอิทธิพลในตลาดทองคำแท่งโลก

ราคาทองคำพุ่งรับความหวังเฟด

การซื้อทองคำของ PBOC เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น เหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำคือ ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในการประชุมที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 9-10 ธ.ค.นี้ ซึ่งตามปกติแล้ว เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและส่งผลให้ทองคำมีความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่าประธานเฟดคนต่อไปจะใช้แนวทางผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว

ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการตุนทองคำ

สภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้เปิดเผยว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนตุลาคม หลังจากการซบเซาในช่วงกลางปี 

แนวโน้มการเพิ่มสำรองทองคำของหน่วยงานภาครัฐเริ่มขยายตัวมากขึ้นตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สำคัญระดับโลก เช่น การรุกรานยูเครนของรัสเซีย และการที่ชาติตะวันตกอายัดสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศของมอสโก การซื้อทองคำจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญที่อนุญาตให้ประเทศต่างๆ ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ 

PBOC ไม่เพียงแต่เพิ่มสำรองของตนเองเท่านั้น แต่ยังพยายามดึงดูดธนาคารกลางต่างชาติให้เข้ามาจัดเก็บทองคำในประเทศจีน เพื่อเสริมสร้างสถานะทางการเงินและอิทธิพลในตลาดโลก โดยจนถึงปัจจุบัน PBOC สามารถดึงดูดนักลงทุนได้หลายราย รวมถึง กัมพูชา ด้วย