วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

หวงเตือน ‘เส้นทางสายไหม AI จีน’ ชี้สหรัฐกำลังปล่อยจีนครองตลาดนี้

หวงเตือน ‘เส้นทางสายไหม AI จีน’ ชี้สหรัฐกำลังปล่อยจีนครองตลาดนี้

ซีอีโอ Nvidia เตือนสหรัฐ ถ้ายังปล่อยให้จีนโตในตลาด AI ภายในอย่างไม่มีคู่แข่ง จีนจะยิ่งได้เปรียบและอาจส่งออกเทคโนโลยี AI ไปทั่วโลกผ่าน ‘เส้นทางสายไหมเอไอ’ โดยมี Huawei นำทีม เขาย้ำว่าสหรัฐต้องรีบกลับมาสู้ ไม่อย่างนั้นจีนจะสร้างอิทธิพลด้านเทคโนโลยีจนไล่ไม่ทัน

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานความเห็นของเจนเซน หวง ซีอีโอชิป Nvidia ที่เตือนว่า จีนอาจเริ่มส่งออกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตัวเองไปทั่วโลกในเร็ว ๆ นี้ ในรูปแบบที่คล้ายกับโครงการ “เส้นทางสายไหม” แต่เป็นเวอร์ชัน AI หากสหรัฐปล่อยให้บริษัทโทรคมนาคมจีนอย่าง Huawei แย่งส่วนแบ่งตลาดไป 

ในงานที่จัดโดยศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษานานาชาติ (CSIS) ที่กรุงวอชิงตัน หวงเตือนอีกว่า สหรัฐ “ยอมเสียตลาด AI ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกไปโดยปริยาย” จากการจำกัดการส่งออกชิปของ Nvidia ไปยังจีน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยบริษัทจีนอย่าง Huawei เติบโตเต็มที่ และท้ายที่สุด อาจแข่งขันกับบริษัทสหรัฐในเวทีโลกได้

“คุณไม่มีทางหาตลาดอื่นมาแทนจีนได้” หวงกล่าว “เราไม่ควรปล่อยตลาดนี้ให้พวกเขาทั้งหมด เราควรลงไปแข่งขันด้วย”

หวงเตือนว่า หากสหรัฐปล่อยให้ผู้เล่นภายในจีนครองตลาดเพียงลำพัง จีนก็จะมีพื้นที่ในการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ไปยังประเทศอื่น ๆ

“เราควรยอมรับด้วยว่า Huawei คือหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ ‘แข็งแกร่งที่สุด’ เท่าที่โลกเคยมีมา” หวงกล่าว “เราต้องแข่งขันกับบริษัทนี้ พวกเขาเก่งมาก คล่องตัว และขยับตัวรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ”

เช่นเดียวกับที่โครงการเส้นทางสายไหมของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ช่วยให้ Huawei ส่งออกเทคโนโลยี 5G ไปยังหลายประเทศ “ตอนนี้ก็มี ‘เส้นทางสายไหม AI’ แล้ว” หวงกล่าว “พวกเขาจะเผยแพร่เทคโนโลยีจีนให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะรู้ดีว่ายิ่งไปถึงก่อน ก็ยิ่งสร้างระบบนิเวศก่อน และยิ่งกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนั้นได้เร็วกว่า”

สื่อสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้พบกับหวงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ เพื่อหารือเรื่องการควบคุมการส่งออก โดยเอ็นวิเดียเปิดตัวชิป H20 รุ่นลดสเปกของชิปเรือธง H100 ที่ออกแบบสำหรับตลาดจีน หลังรัฐบาลไบเดนเข้มงวดมาตรการจำกัดการส่งออกชิปเอไอไปจีนเมื่อปีที่แล้ว

รัฐบาลทรัมป์เริ่มกำหนดให้เอ็นวิเดียต้องขอใบอนุญาตในการส่งออก H20 ตั้งแต่เดือนเมษายน และเพื่อแลกกับสิทธิในการขายชิปลดสเปกนี้ในจีน เอ็นวิเดียตกลงจ่าย 15% ของรายได้จากยอดขายให้รัฐบาลสหรัฐ

แต่ก่อนที่วอชิงตันจะเดินหน้าข้อตกลงแบ่งรายได้ดังกล่าว รัฐบาลจีนได้กล่าวหาเอ็นวิเดียในเดือนกันยายนว่า “ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของจีน” ทำให้หวงระบุว่า หลังจากนั้นส่วนแบ่งตลาดของบริษัทในจีนร่วงจาก 95% เหลือศูนย์

หวงยังกล่าวในงานวันพุธอีกว่า หนึ่งในข้อได้เปรียบของจีนในการแข่งขันเอไอ คือ แหล่งพลังงานที่มีมากกว่า

“จีนมีพลังงานมากกว่าเราเป็นสองเท่า ทั้งที่เศรษฐกิจของเรามีขนาดใหญ่กว่า นี่ไม่สมเหตุสมผลเลยสำหรับผม” หวงกล่าว

“ผมคิดว่าตอนนี้ เราต้องใช้พลังงานทุกรูปแบบที่เรามี” หวงย้ำ พร้อมเสริมว่าสหรัฐ “ควรสนับสนุนและเร่งการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์”

ในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 4 ฉบับ เพื่อปูทางสู่การเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐ ขึ้นเป็น 400 กิกะวัตต์ภายในปี 2050

อ้างอิง: nikkei