วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เทาเขมร’ ไม่ใช่ 60% | อาหารสมอง

‘เทาเขมร’ ไม่ใช่ 60% | อาหารสมอง

“ไอ้เทาๆ ในเขมรมันมโหฬาร ขนาด 60% ของ GDP มาจากการพนันผิดกฎหมายออนไลน์ สแกมมิ่ง ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ขู่กรรโชก แย่จริงๆ” ข้อความนี้สะใจคนไทยที่สงสัยอยู่แล้วว่ามีความชั่วร้ายฝังตัวอยู่

แต่ผมเสียใจที่จะกล่าวว่ามันไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน มิใช่เพราะเขมรไม่มีสิ่งเหล่านี้ มิใช่เพราะตัวเลขน้อยหรือมากเกินไป หากผิดเพราะขัดแย้งกับสิ่งที่เป็นเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน วันนี้ลองมาพิจารณาข้อความนี้กันเพื่อประโยชน์ในการเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อทำให้กัมพูชาน่ารักขึ้น

GDP ย่อมาจาก Gross Domestic Product หรือผลผลิตมวลรวมในประเทศซึ่งหมายถึงมูลค่าจากการผลิตที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งปีของประเทศหนึ่งโดยผู้อยู่อาศัยในประเทศนั้น สิ่งที่ถูกรวมอยู่ใน GDP ต้องมาจากการผลิตเท่านั้น และ GDP จะเท่ากับรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศด้วย

ประเด็นสำคัญก็คือ GDP จะรวมเฉพาะมูลค่าการผลิตที่ถูกกฎหมาย ผ่านการซื้อขายในตลาดเเละไม่รวมเงินโอน ดังนั้น มูลค่าการผลิตยาเสพติด รายได้ของหญิงบริการ รายได้จากการจี้ปล้นหรือค้ามนุษย์ ฯลฯ ตลอดจนเงินโอนระหว่างบุคคลซึ่งมิใช่การผลิต (มีคนให้ เงินที่ได้จากการเล่นการพนัน เงินถูกหวย)

และมูลค่าของการทำงานที่ไม่มีการซื้อขายผ่านตลาด เช่น งานอาสาสมัคร งานการกุศล งานช่วยน้ำท่วม โดยเฉพาะงานบ้านของภรรยามิได้ถูกรวมไว้ใน GDP (เงินค่าจ้างบุคคลให้มาทำงานบ้านเเทนภรรยาก็คือมูลค่าของงานบ้านที่ภรรยาทำ)

เงินที่ได้จากการประกอบอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมาย เช่น สแกมมิ่งออนไลน์ การพนันผิดกฎหมาย (บ่อน เเละออนไลน์) การเรียกค่าไถ่ การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน ฯลฯ ดังที่ขอเรียกรวมกันว่า “เงินสีเทา” จึงไม่ถูกรวมไว้ใน GDP

การบอกว่า 60% ของ GDP เขมรมาจากสิ่งเหล่านี้จึงผิดเพราะมันไม่ได้ถูกรวมไว้ใน GDP ตัวเลข GDP ของเขมรเป็นไปตามคำจำกัดความที่เป็นสากลของเอกสารชื่อว่า The System of National Accounts (SNA 2008) โดย IMF และ World Bank มีหน้าที่ดูแลคุณภาพของข้อมูล

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ รายได้จากกิจกรรม “สีเทา” ของกัมพูชาเกิดขึ้นอย่างคู่ขนานกับ GDP โดยไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นทางการเเละอยู่นอก GDP

คำถามก็คือ ข้อความ 60% ดังกล่าวนี้มาจากไหน และหมายความว่าอย่างไร? ผมได้ไปค้นคว้าดูก็พบว่ามาจากรายงานชื่อ “Policies and Patterns : State-Abetted Transnational Crime in Cambodia as A Global Security Threat by Jacob Sims” (May, 2025) ตีพิมพ์โดย Humanity Research Consultancy โดยงานวิจัยได้รับเงินอุดหนุนบางส่วนจากหน่วยงานของรัฐบาลอเมริกัน

Sims ประมาณการว่ารายได้ต่อปีจากเครือข่าย “cyber-scam” ในกัมพูชามีมูลค่าประมาณ 12.5-19 พันล้านดอลลาร์ (400,500-615,000 ล้านบาท) โดยระบุว่ากิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ดังกล่าวครอบคลุมการพนัน การฟอกเงิน และอาชญากรรมเชื่อมโยงกับรัฐโดยทางการกัมพูชาให้การคุ้มครอง การเมืองกัมพูชาร่วมกระทำผิดและมีการลงทุนโดยตรงด้านอาชญากรรมอันช่วยให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็ง

Sims ประมาณการว่ารายได้จากกิจกรรมเหล่านี้หรือ “เงินสีเทา” “เทียบได้กับ 40-60% ของ GDP” (ตัวเลขที่นำมาอ้างกันคือ 60 %) นอกจากนี้ยังอ้างถึงรายงาน 2024 USIP (U.S. Institute for Peace) Senior Study Group ว่าผลตอบแทนเหล่านี้สูงกว่า 12.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปีซึ่งเทียบได้กับครึ่งหนึ่งของ GDP

กล่าวโดยรวม การอ้างว่า “เงินสีเทา” สร้างสัดส่วนถึง “60% ของ GDP” จึงผิดเพราะสิ่งที่ผู้วิจัยชี้ให้เห็นก็คือมันมีขนาดใหญ่เทียบได้กับ 60% ของ GDP (หรือ 50% ของการประมาณการในอีกรายงานหนึ่ง) มิได้หมายความว่าสร้างมูลค่าใน GDP สูงถึง 60%

อาจมีผู้สงสัยว่าการพนันในบ่อนและออนไลน์ของกัมพูชานั้นผิดกฎหมายหรืออย่างไร คำตอบก็คือ ผิดกฎหมายยกเว้นที่อนุญาตในบางบ่อนในตอนแรก ในปี 2562 เขมรห้ามการพนันออนไลน์ทั้งหมดอย่างเด็ดขาดหลังจากที่ถูกกฎหมายมาระยะหนึ่ง การพนันในบ่อนและออนไลน์ผิดกฎหมายแต่ก็ยังมีการแอบเล่นใต้ดินกันอย่างกว้างขวาง

กาสิโนที่ถูกกฎหมาย ทั้งในรูปปกติและออนไลน์นั้นสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องจนมีส่วนร่วมอยู่ใน GDP บ้าง เช่น ค่าจ้างคนงาน ค่าธรรมเนียมจ่ายให้รัฐ ค่าใช้จ่ายอาหาร และวัสดุอื่นๆ มีประมาณการว่าในช่วงปี 2561-2562 ของเขมรมีส่วนร่วมอยู่ใน GDP ประมาณ 1-3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก (เงินพนันที่ได้ของผู้เล่นมิได้รวมอยู่ใน GDP เนื่องจากเป็นเงินโอน)

ข้อเสียที่เกิดขึ้นนั้นหักลบแล้วไม่คุ้มอย่างยิ่ง เพราะในเวลาเดียวกันก็เกิดปัญหาอาชญากรรม ปัญหาทางสังคม ผลกระทบต่อครอบครัว ฯลฯ นอกจากนี้ รายได้ส่วนใหญ่จากกาสิโนถูกส่งออกนอกประเทศเนื่องจากผู้ประกอบการเป็นบริษัทต่างประเทศ

ประเด็นที่พึงพิจารณา ก็คือ ยังมีมูลค่าการผลิตหรือรายได้อีกไม่น้อยที่มาจากกิจกรรมชั่วร้ายผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้รวมอยู่ใน GDP เพราะคำจำกัดความ อย่างไรก็ดีรายได้เหล่านี้มีผลจริงๆ ต่อชีวิตมนุษย์ทำให้มีอาหารกินและลืมตาอ้าปากได้

ดังนั้น การมองแต่ตัวเลข GDP หรือการขยายตัวของ GDP อย่างเดียวจึงไม่ครบด้าน มันยังมี “เศรษฐกิจใต้ดิน” ซึ่งได้แก่ กิจกรรมผิดกฎหมาย การผลิตที่ไม่ผ่านตลาด เงินโอน ฯลฯ ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาและมีผลกระทบคนเดินดินจริง ๆ

รู้สึกคันมืออยากเอาข้อความ “กิจกรรมสีเทาเขมร สร้าง 60% ของ GDP” ไปออกเป็นข้อสอบให้นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ตอบว่าเป็นไปได้หรือไม่โดยให้เหตุผลประกอบ ผมชอบการถามลักษณะนี้ของวิชาเศรษฐศาสตร์ เพราะบังคับให้ต้องคิดวิเคราะห์เเละเป็นการฝึกฝนทักษะการคิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตต่อไปในเวลาข้างหน้า