เวียดนามหักมุมความสัมพันธ์ครั้งใหญ่? จากเดิมลังเลต่อเทคโนโลยีจีน กลับเปิดประตูให้ Huawei และ ZTE คว้าดีลอุปกรณ์ 5G มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐและชาติตะวันตก
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีนอย่าง Huawei และ ZTE “คว้าสัญญาจัดหาอุปกรณ์ 5G เวียดนาม” ในปีนี้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกอีกครั้งของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างฮานอยกับปักกิ่ง โดยแหล่งข่าว 7 รายที่มีข้อมูลโดยตรงเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เรื่องนี้ได้สร้างความกังวลในหมู่เจ้าหน้าที่ชาติตะวันตก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวียดนาม ถูกมองว่า ลังเลที่จะใช้ เทคโนโลยีจีน ในโครงสร้างพื้นฐานที่อ่อนไหว แต่ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ฮานอยกลับ “เปิดรับบริษัทเทคโนโลยีจีนมากขึ้น”
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์กับสหรัฐกลับ “เย็นชาลง” เนื่องจากประเด็นภาษีศุลกากรที่สหรัฐเรียกเก็บกับสินค้าจากเวียดนาม
การที่กลุ่มบริษัทร่วมทุนที่รวมถึง Huawei ได้รับสัญญามูลค่า 23 ล้านดอลลาร์ หรือราว 750 ล้านบาทสำหรับอุปกรณ์ 5G ในเดือนเมษายน เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากทำเนียบขาวประกาศเก็บภาษีสินค้าเวียดนาม
ขณะที่ ZTE ได้รับสัญญาแล้วอย่างน้อยสองฉบับ หนึ่งฉบับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมมูลค่ามากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 650 ล้านบาท สำหรับเสาอากาศ 5G
รอยเตอร์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เวลาในการชนะสัญญาเหล่านี้เชื่อมโยงกับมาตรการเก็บภาษีทรัมป์หรือไม่ แต่ดีลดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ชาติตะวันตก
สหรัฐเคยระบุชัดมานานแล้วว่า ถ้าเวียดนามอยากได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีระดับสูง จะต้องไม่ให้บริษัทจีนเข้ามามีส่วนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ อย่างเคเบิลใต้น้ำและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหลักของประเทศ
ก่อนหน้านั้น Huawei และ ZTE ถูกแบนจากเครือข่ายโทรคมนาคมของสหรัฐ เนื่องจากถูกมองว่าเป็น “ความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ” และสวีเดนรวมถึงหลายประเทศในยุโรป ก็มีข้อจำกัดคล้ายกัน
สำหรับเรื่องนี้ เหงียน ฮุง ผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนแห่ง RMIT University Vietnam มองว่า ที่ผ่านมา เวียดนามโดนชาติตะวันตกกดดัน ทำให้ต้องคอยดูเชิงและยังไม่รีบใช้เทคโนโลยีจากจีน แต่ว่าตอนนี้ เวียดนามเริ่มมองตามเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น และดีลเทคโนโลยีล่าสุดอาจทำให้เวียดนามเชื่อมโยงเศรษฐกิจเข้ากับจีนแน่นแฟ้นกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านั้น ฮานอยและปักกิ่งยังมีความคืบหน้าในโครงการที่อ่อนไหวอื่น ๆ ในระยะหลัง เช่น ระบบรางข้ามพรมแดน และเขตเศรษฐกิจพิเศษใกล้ชายแดนจีน โครงการซึ่งเวียดนามเคยมองว่าเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงมาก่อน
อ้างอิง: reuters





