‘แจ็ก หม่า’ นำทีมบิ๊กเทค และบริษัทจีนยักษ์ใหญ่บริจาคกว่า 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ตามคำเรียกร้อง 'สี จิ้นผิง' ช่วยเหตุการณ์ไฟไหม้ 'หวังฟกคอร์ต' โศกนาฏกรรมคร่า 94 ชีวิต
บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ “จีน” หลายแห่งได้เร่งให้คำมั่นบริจาคเงิน และอุปกรณ์บรรเทาทุกข์รวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 400 กว่าล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุ ไฟไหม้ฮ่องกง ที่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 94 ราย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2491
การระดมบริจาคครั้งใหญ่เกิดขึ้นตามมาจากการเรียกร้องของประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ที่ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดความสูญเสีย และให้การสนับสนุนที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัย
บริษัทจีนทุ่มเงินบริจาคกว่า 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- Alibaba Group และบริษัทในเครือ Ant Group ร่วมกันบริจาค 30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อภารกิจบรรเทาทุกข์
- แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba บริจาคส่วนตัวอีก 30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ผ่านมูลนิธิการกุศลของเขา
- Tencent ได้เพิ่มเงินบริจาคจากเดิม 10 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เป็น 30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในเวลาต่อมา
- Anta ผู้ผลิตชุดกีฬา (เจ้าของแบรนด์ Jack Wolfskin และ Fila) ให้คำมั่นบริจาคเงินสด และอุปกรณ์รวมมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- Xiaomi Corp และ ByteDance บริจาคบริษัทละ 10 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ โดย CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำบริจาค 15 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ตามมาด้วยผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง BYD และ Geely ที่บริจาคบริษัทละ 10 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในขณะที่ Xpeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอีกราย ได้บริจาคเงินจำนวน 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- Wens Foodstuff ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ ได้มอบเงินบริจาคในจำนวนที่สูงที่สุด โดยให้คำมั่นสนับสนุนถึง 40 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัท และหลายหน่วยงานที่ออกมาให้คำมั่นว่าจะบริจาคเงินช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย
การบริจาคครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการชาวจีนเพื่อตอบสนองต่อการเรียกร้องของรัฐบาลปักกิ่งให้เน้นย้ำ "ความรับผิดชอบต่อสังคม" เหนือผลกำไร ท่ามกลางการตรวจสอบกฎระเบียบที่เข้มงวดต่อภาคเอกชน
โศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2491
ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ หวังฟกคอร์ต (Wang Fuk Court) อาคารที่อยู่อาศัยสาธารณะสูง 8 ชั้น ทางตอนเหนือของฮ่องกง ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยราว 4,600 คน โดยยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนอยู่ที่ 94 ราย ทำให้เป็นเหตุเพลิงไหม้ที่ร้ายแรงที่สุดในฮ่องกงนับตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้โกดังสินค้าในปี 2491 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 176 ราย
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเพลิงไหม้อาจเริ่มต้นจาก นั่งร้านไม้ไผ่ที่หุ้มอาคารไว้ และลุกลามไปยังอาคารอื่นๆ ผ่านเสาไม้ และตาข่ายป้องกัน ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบมาตรฐานที่อยู่อาศัยของเมืองอย่างเข้มงวด
ตำรวจฮ่องกง ระบุว่า บริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” ในการใช้วัสดุโฟม "ไวไฟสูง" แผ่นตาข่ายป้องกัน และพลาสติกที่อาจไม่ได้มาตรฐานป้องกันอัคคีภัย โดยได้จับกุมชายสามคนจากบริษัทดังกล่าวในข้อหา “ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





