สหรัฐกดดันให้ยุโรป ‘ผ่อนกฎคุมเทคโนโลยี’ หากต้องการให้สหรัฐลดภาษีเหล็ก–อะลูมิเนียม ขณะที่ยุโรปยืนกราน กฎระเบียบดิจิทัลเป็น ‘อธิปไตยของตน’ ไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อบิ๊กเทคสหรัฐ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐเรียกร้องให้สหภาพยุโรปปรับกฎระเบียบด้านเทคโนโลยีให้มีความ “สมดุลมากขึ้น” หากต้องการให้สหรัฐลดภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากฝั่งยุโรป
ในการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ รัฐมนตรีของสหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้ฮาเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เดินหน้าลดภาษีเหล็กของสหภาพยุโรป และการยกเลิกภาษีสินค้าจากสหภาพยุโรปบางรายการ เช่น ไวน์และสุรา
แต่ลัทนิคกล่าวว่า สหภาพยุโรปซึ่งมีสมาชิก 27 ประเทศ จำเป็นต้อง “ทบทวนกฎระเบียบด้านดิจิทัล” ให้มีความสมดุลมากขึ้นเสียก่อน
“เมื่อพวกเขากำหนดกฎเกณฑ์ที่เรารู้สึกสบายใจและเข้าใจได้ รวมถึงจัดการข้อพิพาทเก่าที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อย เราถึงจะสามารถเดินหน้าจัดการประเด็นเหล็กและอะลูมิเนียมต่อได้” ลัทนิคกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมยาว 90 นาที
ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์วิจารณ์กฎระเบียบของสหภาพยุโรปมาโดยตลอด โดยเฉพาะมาตรการจำกัดอำนาจบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี และการกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ ต้องจัดการกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย โดยสหรัฐมองว่า กฎเหล่านี้ “มุ่งเล่นงาน” บริษัทเทคโนโลยีของอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม
ด้านคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำหลายครั้งว่า การออกกฎระเบียบเป็น “อธิปไตยโดยชอบ” ของสหภาพยุโรป และได้ชี้ให้เห็นด้วยว่า มีการดำเนินมาตรการกับบริษัทที่ไม่ใช่ของสหรัฐเช่นกัน
มารอช เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรปกล่าวว่า กฎระเบียบด้านเทคโนโลยีของสหภาพยุโรป ไม่ได้มีลักษณะเลือกปฏิบัติ
“กฎระเบียบไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บริษัทสหรัฐ แต่เราทราบว่า นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่สหรัฐต้องการหารือ เราพร้อมที่จะตอบคำถามในส่วนนี้ เช่นเดียวกับที่สหรัฐก็ต้องพร้อมตอบคำถามของเรา” เซฟโควิชกล่าว
ภายใต้ข้อตกลงช่วงปลายเดือนกรกฎาคม สหรัฐได้กำหนดอัตราภาษี 15% ต่อสินค้าส่วนใหญ่จากสหภาพยุโรป ขณะที่สหภาพยุโรปตกลงจะยกเลิกภาษีนำเข้าจำนวนมากที่เก็บจากสินค้าสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปและรัฐบาลประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป การดำเนินการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในเดือนมีนาคมหรือเมษายน
ขณะเดียวกัน กลุ่มสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ได้ย้ำถึงประเด็นตามที่ตกลงกัน ซึ่งต้องการเห็นความคืบหน้า โดยเฉพาะประเด็นเหล็กและอะลูมิเนียม
สหรัฐจัดเก็บภาษี 50% สำหรับโลหะเหล่านี้ และตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา อีกทั้งได้ขยายการจัดเก็บภาษีไปยัง “ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์” ของโลหะจำนวน 407 รายการ เช่น รถจักรยานยนต์และตู้เย็น โดยมีความเป็นไปได้ว่า จะเพิ่มรายการผลิตภัณฑ์อนุพันธ์เพิ่มเติมในเดือนหน้า
นักการทูตสหภาพยุโรประบุว่า มาตรการเช่นนี้ ประกอบกับความเป็นไปได้ของการเก็บภาษีใหม่ต่อรถบรรทุก แร่ธาตุสำคัญ เครื่องบิน และกังหันลม กำลังคุกคามให้ข้อตกลงที่บรรลุเมื่อเดือนกรกฎาคม กลายเป็นเพียงเปลือกที่ไม่มีเนื้อหา
สหภาพยุโรปยังต้องการให้สินค้าในวงกว้างขึ้นของตน ถูกจัดเก็บภาษีระดับต่ำแบบ “ก่อนยุคทรัมป์” ซึ่งรายการที่สหภาพยุโรปต้องการผลักดัน ได้แก่ ไวน์และสุรา มะกอก พาสต้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
อย่างไรก็ตาม เกรียร์ระบุว่า สหภาพยุโรปจำเป็นต้องยกเลิกภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐก่อน จึงจะสามารถเริ่มการหารือในประเด็นเหล่านี้ได้
อ้างอิง: reuters





