วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ถ้า ศก.แย่ รายใหญ่ก็ต้องเข้ามาช่วย 'แชโบลเกาหลีใต้' อัด 17 ล้านล้าน ฟื้นประเทศ

ถ้า ศก.แย่ รายใหญ่ก็ต้องเข้ามาช่วย 'แชโบลเกาหลีใต้' อัด 17 ล้านล้าน ฟื้นประเทศ

เศรษฐกิจซบเซาหนัก รัฐบาลเกาหลีดึงกลุ่มทุนใหญ่ “แชโบล” ทุ่มเม็ดเงินลงทุนในประเทศกว่า 17 ล้านล้านบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจในบ้าน ท่ามกลางแรงกดดันจากดีลการค้ากับสหรัฐ และความกังวลว่าการลงทุนต่างแดนจะดูดกำลังผลิตในประเทศออกไป

"กลุ่มแชโบล" หรือกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ให้คำมั่น "จะลงทุนในประเทศ" มากกว่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ (กว่า 17.8 ล้านล้านบาท)  เพื่อแสดงให้เห็นว่าเครื่องยนต์อุตสาหกรรมของชาติยังคงยึดโยงอยู่ในประเทศอย่างมั่นคง แม้ว่าเกาหลีใต้จะเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับ "สหรัฐ" ด้วยการออกไปลงทุนนอกบ้านมากขึ้นก็ตาม

บลูมเบิร์กรายงานว่า กลุ่มแชโบลได้ประกาศแผนลงทุนขนาดใหญ่ในสาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด หลังการประชุมกับประธานาธิบดี อี แจ มยอง เมื่อวันอาทิตย์ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า บริษัทในเครือ "ซัมซุง" (Samsung) วางแผนทุ่มเงินลงทุน 450 ล้านล้านวอน (ราว 10 ล้านล้านบาท) ขณะที่ "ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป" (Hyundai) ประกาศแผนลงทุน 125.2 ล้านล้านวอน (ราว 2.78 ล้านล้านบาท)

การประกาศครั้งนี้มีขึ้นตามมาเพียงไม่กี่วัน หลังจากเกาหลีใต้ลงนามข้อตกลงการค้าและการลงทุนฉบับประวัติศาสตร์กับสหรัฐ

ขนาดการลงทุน และช่วงเวลาที่ประกาศไปมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความกังวลว่า ข้อตกลงการลงทุนในสหรัฐอาจส่งผลกระทบฉุดการเติบโตในประเทศของตัวเอง รัฐบาลพยายามสร้างความมั่นใจต่อตลาดทุน และประชาชนว่า การไหลออกของทุนเกาหลีใต้สู่โรงงานในสหรัฐ เป็น “ราคาที่ต้องจ่าย” เพื่อแลกกับข้อตกลงการค้าที่เป็นประโยชน์ แต่จะไม่ทำให้กำลังการผลิตในประเทศถูกดูดกลืนหายไป

“นี่คือ การประกาศเพื่อสร้างความมั่นใจ” จุนยอง เฮอร์ รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโซกัง กล่าวทางโทรศัพท์ “มันเป็นการแสดงความภักดีของบริษัทต่างๆ ต่อรัฐบาลใหม่ และพยายามสยบความกังวลว่าพวกเขาจะมุ่งลงทุนในสหรัฐเพียงอย่างเดียว”

คำมั่นนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลของสาธารณชนว่า ฐานการผลิตของเกาหลีใต้อาจไหลออกไปต่างประเทศ จากคำมั่นการลงทุนในสหรัฐที่มีมูลค่าสูงถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักของข้อตกลงเพื่อให้สหรัฐลดภาษีนำเข้าต่อเกาหลีใต้ลงมา รวมถึงลดภาษีรถยนต์ลงมาที่อัตรา 15% โดยทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงกันไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ "ค่าเงินวอน" อ่อนค่าร่วงลงแรงถึง 6% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในเอเชีย เนื่องมาจากการไหลออกของเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง และการที่นักลงทุนแห่ขนเงินออกไปลงทุนต่างประเทศกันมากขึ้น โดยต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นเกาหลีใต้ไปแล้วถึง 5.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนี้

แนวโน้มที่ย่ำแย่ของเงินวอนยิ่งทำให้ความพยายามของ "ธนาคารกลาง" ที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าจีดีพีของเกาหลีใต้จะเติบโตราว 0.9% ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในระดับที่ต่ำที่สุดในเอเชีย

สำหรับรัฐบาลอี แจ มยอง การประกาศลงทุนของภาคเอกชนครั้งใหญ่นี้ ถือเป็น “ชัยชนะเชิงสัญลักษณ์” สะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในช่วงที่ข้อตกลงกับสหรัฐกำลังปรับโฉมความสัมพันธ์ด้านการค้า และความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังขาอยู่มากเช่นกันว่าการลงทุนกว่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ จะเกิดขึ้นได้จริงมากน้อยเพียงใด และเกาหลีใต้จะสามารถรักษาการเติบโตได้หรือไม่ ในขณะที่ต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์