S&P เตือนบริษัทใหญ่ในสหรัฐกำลัง 'ล้มละลาย' กันมากขึ้น ปีนี้จ่อทำสถิติสูงสุดในรอบ 15 ปี ของแพงขึ้นทำผู้บริโภคอ่อนแรง ขณะที่กรณี First Brands ทำทั่วโลกจับตาตลาดสินเชื่อสหรัฐมากขึ้น
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "S&P Global" เปิดเผยรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 ว่า การล้มละลายของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐ กำลังพุ่งสูงขึ้น และมุ่งหน้าสู่ระดับ "สูงสุดในรอบ 15 ปี" หรือนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อภาคธุรกิจอเมริกันในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น
นับตั้งแต่ต้นปี 2025 นี้จนถึงเดือนต.ค. มียอดการยื่นล้มละลายของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐไปแล้ว 655 ราย หรือเกือบเท่ากับตัวเลขทั้งปีของปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ 687 ราย
เฉพาะเดือนต.ค. เพียงเดือนเดียว มีการยื่นล้มละลายไปถึง 68 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 76 ราย และยังนับเป็นจำนวนรายเดือนที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมาอีกด้วย
S&P Global ระบุว่า แม้ผลกระทบทั้งหมดจากนโยบายภาษีศุลกากรที่เปลี่ยนแปลงไปของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่ชัดเจน แต่ภาคธุรกิจก็เริ่มรับรู้แรงกดดันจาก "ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น" ซึ่งยิ่งกดดันกลุ่มผู้บริโภครายได้ต่ำที่เผชิญปัญหาจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูง และตลาดแรงงานที่อ่อนแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีการยื่นล้มละลายมากที่สุดในปีนี้ คือ บริษัทใน "ภาคอุตสาหกรรม" มีจำนวนทั้งหมด 98 ราย โดยสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ห่วงโซ่อุปทานได้รับจากมาตรการภาษีศุลกากร ตามมาด้วย "กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ฟุ่มเฟือย" (consumer discretionary) ที่มีการยื่นล้มละลาย 80 รายในปีนี้
ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับเครดิตจากการล้มละลายของบริษัท First Brands และบริษัทที่เกี่ยวเนื่องเมื่อเร็วๆ นี้ ยังทำให้ "ตลาดสินเชื่อโลก" มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ตกเป็นเป้าการถูกจับจ้อง เนื่องจากความเสี่ยงของผู้ปล่อยกู้ได้ขยายวงไปยังสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง ตั้งแต่ธนาคารระดับภูมิภาคไปจนถึงธนาคารขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีท
ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ "First Brands" ได้ยื่นล้มละลายในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา หลังเปิดเผยว่าบริษัทมีภาระหนี้สินสูงเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งการล้มละลายของบริษัทที่มีฐานะการเงินย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ สร้างความตกใจให้กับนักลงทุนตราสารหนี้
"First Brands" ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ได้ยื่นขอคุ้มครองการล้มละลายในเดือนกันยายน หลังจากเปิดเผยหนี้สินที่สูงกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการล่มสลายของบริษัทที่มีฐานะการเงินที่ย่ำแย่อย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับนักลงทุนตราสารหนี้
ขณะที่การล้มละลายตามมาของ "Tricolor" ซึ่งเป็นบริษัทดีลเลอร์ และผู้ปล่อยกู้ลูกค้าซับไพรม์ ที่ยื่นล้มละลายตามมาตรา 7 ส่งผลให้ธนาคาร JPMorgan Chase ต้องตัดหนี้สูญ 170 ล้านดอลลาร์ ซึ่งซีอีโอ เจมี ไดมอน กล่าวว่าเป็น “ช่วงเวลาที่ไม่น่าภาคภูมิใจของธนาคาร”
รายงานของ S&P ยังชี้ด้วยว่า จำนวนการยื่นล้มละลายในสหรัฐเพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่เงินเฟ้ออยูในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





