วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'ดอลลาร์' ยังไม่ตายง่ายๆ แครี่เทรดช่วยต้านกระแส Sell America

'ดอลลาร์' ยังไม่ตายง่ายๆ แครี่เทรดช่วยต้านกระแส Sell America

‘แคร์รีเทรด’ ช่วยพลิกฟื้นความต้องการดอลลาร์อีกครั้ง หลังความผันผวนเริ่มลดลง บลูมเบิร์กกู้ยืมเงินต้นทุนต่ำ เยน/ฟรังก์สวิส เอาไปลงทุนดอลลาร์ ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นยุโรป ช่วยลดการอ่อนค่าลงหนักของดอลลาร์ในปีนี้

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กลยุทธ์การลงทุน “แคร์รี่เทรด” (Carry Trade) หรือการกู้ยืมเงินในสกุลเงินที่มีต้นทุนกู้ยืมต่ำแล้วเอาไปลงทุนกินส่วนต่างในสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น เยนญี่ปุ่น (ดอกเบี้ยนโยบาย 0.5%) และฟรังก์สวิส (ดอกเบี้ย 0%) แล้วนำเงินไปลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ที่มีดอกเบี้ย 4.00%–4.25% อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วย “ฟื้น” ฐานะของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ตกต่ำลงไปมากตลอดทั้งปีนี้

จากการคำนวณของบลูมเบิร์ก การทำแคร์รีเทรดดังกล่าวดูเหมือนจะสามารถเอาชนะคาดการณ์ผลตอบแทนของ “ตลาดหุ้นยุโรป” และ “พันธบัตรจีน” ได้เมื่อพิจารณาถึงความผันผวนของสินทรัพย์เหล่านี้แล้ว และอาจช่วยให้ดอลลาร์ยังคงรักษาสถานะสำคัญในพอร์ตการลงทุนทั่วโลกได้

ทั้งนี้ อนาคตของดอลลาร์กำลังถูกตั้งคำถาม เนื่องจากนโยบายต่างๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับระเบียบเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ “ดัชนีค่าเงินดอลลาร์” ของบลูมเบิร์กปรับตัวลดลงเกือบ 7% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในรอบ 8 ปี เกิดกระแสการเทขายสินทรัพย์สหรัฐ (Sell America) และทำให้เกิด Dollar Carry Trade หรือขาย/กู้ยืมดอลลาร์ เอาไปลงทุนในสกุลเงินตลาดเกิดใหม่อื่นๆ แทน เช่น รูเปียห์อินโดนีเซีย รูปีอินเดีย เรียลบราซิล และลีราตุรกี 

อย่างไรก็ดี ล่าสุดดอลลาร์สหรัฐได้ฟื้นตัวกลับมาประมาณ 3% จากจุดต่ำสุดในเดือนก.ย. โดยเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากการทำแคร์รี่เทรด ที่เปลี่ยนดอลลาร์จากฝั่งที่ถูกขาย หรือ Funding currency มาเป็นฝั่งที่ถูกซื้อ หรือ Carry currency แทน  

“ดอลลาร์จะกลับมาเป็นหนึ่งในสกุลเงินแคร์รีที่สูงที่สุดอีกครั้ง” หยูซวน ถัง นักกลยุทธ์จาก JPMorgan Private Bank ในฮ่องกงกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นในมุมมองเชิงทิศทางหรือแคร์รีเทรด ก็ยังคงเป็นเรื่องของดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง” 

แรงดึงดูดของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์แคร์รีเพิ่มขึ้น เพราะความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเกิดจากการปิดหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐ (ชัตดาวน์) เป็นเวลานาน ที่ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาต่อวันในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) มูลค่า 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ชะลอตัวลง และช่วยลดความเสี่ยงให้นักลงทุนต่างชาติที่ถือสินทรัพย์ดอลลาร์โดยไม่ป้องกันความเสี่ยง (hedge) 

'ดอลลาร์' ยังไม่ตายง่ายๆ แครี่เทรดช่วยต้านกระแส Sell America

กังวลแรงพีก AI ในตลาดหุ้นอาจใกล้จบ

แรงดึงดูดของกลยุทธ์แคร์รีเทรดเพิ่มขึ้นในจังหวะที่นักลงทุนเริ่มกังวลว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นโลกจากแรงหนุนของ AI อาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด

ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 จากจุดต่ำสุดเมื่อเดือนเม.ย. ขณะที่ดัชนีหุ้นในยุโรปและจีนก็ทะยานเช่นกัน อย่างไรก็ดี ส่วนต่างผลตอบแทนความเสี่ยงของหุ้นสหรัฐฯ (equity risk premium) ซึ่งคำนวณจากส่วนต่างระหว่าง earnings yield ของ S&P 500 กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี กลับติดลบ ซึ่งหมายความว่าเมื่อพิจารณาความเสี่ยงแล้ว หุ้นสหรัฐแทบไม่ให้ผลตอบแทนหากนักลงทุนใช้เงินกู้ระยะสั้นมาลงทุนและคาดหวังผลตอบแทนเท่ากับ earnings yield

การคำนวณทางคณิตศาสตร์ก็คล้ายคลึงกัน แม้ว่าจะไม่สุดโต่งเท่าในตลาดอื่นๆ นักลงทุนที่ซื้อหุ้นจีนและถือไว้ในเดือนหน้า มีแนวโน้มที่จะได้รับผลตอบแทนเพียง 0.23% ต่อความผันผวนต่อปี เมื่อเทียบกับการทำแคร์รีเทรดที่ได้ 0.54% ที่มีความผันผวนต่ำกว่า 

อย่างไรก็ดี การลงทุน Carry Trade ในดอลลาร์ก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลดลงอย่างกะทันหัน ซึ่งจะบั่นทอนความได้เปรียบของดอลลาร์ลงอย่างมาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เมื่อพิจารณาจากความไม่แน่นอนของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

“ในขณะที่เฟดอาจจะยังคงพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นอย่างระมัดระวัง ดอลลาร์อาจจะยังคงเป็นสินทรัพย์ Carry Trade ที่น่าสนใจ”  แจ็กกี้ ถัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตลาดเกิดใหม่และหัวหน้าฝ่ายบริหารพอร์ตโฟลิโอของธนาคารดอยซ์แบงก์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนในปีหน้า เนื่องจากเฟดอาจเปลี่ยนจังหวะการลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อ "ประธานเฟดคนใหม่" เข้ามา