ตอนที่อาลี ซาบรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมศรีลังกาเข้าไปที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 4 เม.ย. เขาก็แค่ไปหารือเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้ศรีลังกาขาดแคลนพลังงาน ยา ไฟฟ้า จนผู้ประท้วงหลายพันคนต้องลงถนน
แต่กลายเป็นว่าซาบรีเสร็จสิ้นการประชุมกับประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษาด้วยความเซอร์ไพรส์ เขาคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พุ่งเข้าสู่ศูนย์กลางพายุการเงินที่แก้ไขไม่ได้ง่ายๆ
“ตอนที่ไปผมไม่พร้อมกับตำแหน่งนี้เลย ปกติเวลาไปงานราชการผมจะสวมแจ็กเก็ต แต่วันนั้นผมสาบานตนโดยไม่มีแจ็กเก็ตเพราะกะแค่ไปหารือกันเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าต้องสาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง” ซาบรีให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ถือเป็นปากคำวงในครั้งแรกในช่วงสัปดาห์แห่งความผันผวนทางการเมืองของศรีลังกา
ประเทศที่มีประชากร 22 ล้านคนแห่งนี้ประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ถึงขนาดต้องตัดกระแสไฟฟ้า บางครั้งยาวนานถึง 13 ชั่วโมง สินค้าจำเป็นอื่นๆ ขาดแคลนไปหมด ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศดิ่งเหลือ 1.93 พันล้านดอลลาร์ แต่เร็วๆ นี้ต้องจ่ายหนี้สูงกว่าทุนสำรองที่มีหลายเท่าตัว
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาชาวบ้านศรีลังกาพากันลงถนนเรียกร้องให้ประธานาธิบดีและคนในตระกูลราชปักษาลาออก รวมถึงมหินทา พี่ชายประธานาธิบดีที่ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งก่อนที่โกตาพญา ราชปักษาจะยุบคณะรัฐมนตรีของตนนั้น ซาบรี วัย 51 ปี คือรัฐมนตรียุติธรรมที่เข้าไว้วางใจ
หลังจากรับตำแหน่งไปแล้ว ซาบรียังไม่แน่ใจอยู่ดี ราว 24 ชั่วโมงให้หลังท่ามกลางคำถามว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งขุนคลังจริงหรือ ในครอบครัวก็กังวลว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ เขาเล่าว่า เขาได้ยื่นใบลาออกกับประธานาธิบดี
“ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ครอบครัวมีความหมายกับผม” ซาบรีกล่าวขณะนั่งอยู่หน้ากำแพงหนังสือในห้องกฎหมาย ณกรุงโคลอมโบ
หลังยื่นใบลาออกได้สี่วันแล้วยังไม่มีตัวเลือกอื่นที่เหมาะสม ภายในวันที่ 8 เม.ย. เขาตัดสินใจเดินหน้าหลังจากหารือเพิ่มเติมกับครอบครัว ประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
“มโนสำนึกคอยกวนใจผมตลอด” ซาบรีทบทวนเหตุการณ์แห่งความสับสน
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ตอนที่ซาบรีลุกขึ้นพูดในสภา ส.ส.คนหนึ่งตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่าเขาพูดในฐานะใด ซึ่งซาบรียืนยันว่า เขายังเป็นรัฐมนตรีคลัง
“อย่างที่ผมบอกกับสภา สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ถ้าอย่างนั้นคุณก็เอาช่างซ่อมรถหรือคนขับรถมาดูแลกระทรวงคมนาคมสิ” ซาบรีกล่าวแล้วหัวเราะร่า
ทำงานจนจบ
ก่อนเกิดดรามาในช่วงหลายสัปดาห์หลัง ซาบรีซึ่งเป็นชาวมุสลิมศรีลังกาทำงานด้านกฎหมายมา 25 ปี จนนำเขาขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดแห่งระบบยุติธรรม
ด้านประวัติการศึกษา ซาบรีเรียนในโรงเรียนบ้านเกิดเมืองคาลุตารา และวิทยาลัยซาฮีราในโคลอมโบ ตามด้วยวิทยาลัยกฎหมายศรีลังกาที่เขาเป็นเลขาธิการสหภาพนักศึกษากฎหมาย ต่อมาได้เป็นรองประธานสมาคมทนายความศรีลังกา องค์กรทนายความใหญ่สุดของประเทศ
นอกจากมาจากครอบครัวที่มีรากฐานทางการเมืองหยั่งลึก ซาบรียังมีสัมพันธ์ยาวนานกับตระกูลราชปักษาโดยเฉพาะกับประธานาธิบดีที่เขาเคยเป็นทนายความให้ในศาล
ปัญหาแรกที่รัฐมนตรีคลังต้องแก้ทันทีคือหาเงิน 3 พันล้านดอลลาร์มาจ่ายค่าสินค้าจำเป็นที่ซาบรีบรรยายว่า “ต้องใช้กำลังและความพยายามอย่างมาก” เขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และผู้นำพรรคร่วมรัฐบาล
ไม่เพียงเท่านั้นซาบรียังต้องเป็นผู้นำการเจรจาอันซับซ้อนกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรื่องโครงการกู้ยืมที่ศรีลังกากำลังต้องการอย่างมาก ซาบรีมั่นใจในทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูง อันประกอบด้วยผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่ ปลัดกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการที่ปรึกษาอีกหนึ่งชุด
“ผมยินดีทำงานนี้จนจบ” ซาบรียืนยัน
ด้านอูดีชัน โจนัส หัวหน้านักยุทธศาสตร์ วาณิชธนกิจ “ซีเอแอลกรุ๊ป” ในโคลอมโบกล่าวว่า ซาบรีแสดงให้เห็นความกล้ารับตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากรับ
“เขาจะรับหน้าที่ตัดสินใจในเรื่องที่ยากและไม่มีใครชอบ การปฏิรูปเศรษฐกิจที่ศรีลังกาจำเป็นต้องทำไม่ใช่เรื่องง่าย” โจนัสแสดงความเห็น
นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า การที่ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อตระกูลราชปักษาและมองว่ารัฐบาลเฉื่อยแฉะอาจตัดกำลังรัฐมนตรีคลังรายนี้
“คนๆ เดียวทำอะไรได้ไม่มากหรอก รัฐบาลต้องเดินให้ถูก ตอนนี้เราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วแต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” สิริมาล อเบย์รัตเน อาจารย์เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยโคลอมโบให้ความเห็นอย่างไม่คาดหวังกับอนาคตมากนัก





