ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดวันอังคาร(12เม.ย.)ปรับตัวร่วงลงในกรอบแคบ 87 จุด หลังราคาผู้บริโภคดีดตัสูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มสถาบันการเงินปรับตัวลง และก่อนมีการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 87.72 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 34,220.36 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 15.08 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 4,397.45 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 40.38 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 13,371.57 จุด
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 8.5% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2524 และใกล้เคียงตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 8.4%
นอกจากนี้ ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 1.2% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2548 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ขณะเดียวกัน ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 6.5% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2525 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานดีดตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.5%
นักลงทุนมองว่าดัชนี CPI พื้นฐานเมื่อเทียบรายเดือนต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เป็นการส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อกำลังแตะระดับสูงสุด
ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมทั้งในเดือนพ.ค.และมิ.ย.
หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ค.ตามที่ตลาดคาดไว้ ก็จะเป็นครั้งแรกที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% นับตั้งแต่ปี 2543



