'แมเดอลีน อัลไบร์ท'สตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศสหรัฐถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันพุธ (23 มี.ค) ในวัย 84 ปี
อัลไบรท์ เป็นผู้อพยพเด็กจากเช็กโกสโลวะเกียที่หนีภัยนาซีเข้ามาในสหรัฐในช่วงที่สหภาพโซเวียตยึดครองยุโรปตะวันออก ได้รับการเลือกจากประธานาธิบดีบิล คลินตัน ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเมื่อปี 2539 หลังจากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติก่อนหน้านั้น
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐได้สั่งให้ลดธงครึ่งเสาที่ทำเนียบขาว รวมถึงที่ทำการของรัฐบาลกลางอื่นๆ จนถึงวันที่ 27 มี.ค. ขณะที่สารแสดงความเสียใจหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ประธานาธิบดีไบเดน กล่าวว่า สหรัฐไม่มีแชมป์แห่งประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนที่มุ่งมั่นมากไปกว่ารัฐมนตรีอัลไบรท์อีกแล้ว เมื่อนึกถึงเธอ เขาจะระลึกถึงศรัทธาอันแรงกล้าของเธอที่บอกว่าสหรัฐอเมริกาคือประเทศที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งและจะขาดเสียไม่ได้
เมื่อปี 2555 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มอบเหรียญแห่งสันติภาพให้แก่อัลไบรท์ ซึ่งถือเป็นการมอบเกียรติยศขั้นสูงสุดสำหรับพลเรือนของสหรัฐโดยระบุว่าชีวิตของเธอถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวอเมริกันทุกคน
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศสหรัฐ เธอเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศสองเหตุการณ์ด้วยกัน คือเหตุการณ์สังหารล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดา และบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา ในทศวรรษ 1990
เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของเธอสิ้นสุดลง อัลไบร์ท ได้รับการเชิดชูในฐานะสัญลักษณ์ของสตรีรุ่นใหม่ในการรณรงค์เพื่อสิทธิของสตรีในสหรัฐ โดยคำพูดหนึ่งของเธอที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับบรรดาผู้หญิงยุคใหม่ทั่วโลก คือ มีที่พิเศษอยู่ในยมโลก สำหรับผู้หญิงที่ไม่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน





