ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดวันพุธ(2มี.ค.)ทะยาน 7.19 ดอลล์ ขานรับผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนกังวลว่าการที่สหรัฐและชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานไปสู่ตลาด อีกทั้งราคาน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบจากการที่สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) มีมติระบายน้ำมันจำนวน 60 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองเพื่อสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในตลาด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ พุ่งขึ้น 7.19 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 110.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น 7.96ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 112.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ โอเปกพลัสได้เสร็จสิ้นการประชุมในวันนี้แล้ว โดยที่ประชุมมีมติยึดมั่นตามข้อตกลงเดิม โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วันสำหรับเดือนเม.ย.
ก่อนหน้านี้ โอเปกพลัสมีมติในเดือนก.ค.2564 ในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันในแต่ละเดือน จนถึงเดือนเม.ย.2565
นางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐเปิดกว้างที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย แต่ก็จะพิจารณาถึงผลกระทบต่อตลาดโลกและราคาพลังงานในสหรัฐก่อนที่จะมีการดำเนินการดังกล่าว
"เรากำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว โดยเราได้วางทางเลือกนี้อยู่บนโต๊ะแล้ว แต่เราจำเป็นต้องพิจารณาถึงผลกระทบทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น"
แคนาดาประกาศระงับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ส่วนสหรัฐและชาติตะวันตกประกาศตัดธนาคารรัสเซียบางแห่งออกจากระบบ SWIFT ขณะที่สหรัฐประกาศอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซียในสหรัฐ และห้ามชาวอเมริกันทำธุรกรรมกับธนาคารกลางรัสเซีย
ด้านไออีเอ มีมติระบายน้ำมันจำนวน 60 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองเพื่อสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในตลาด
ทั้งนี้ ไออีเอจัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้เพื่อหารือถึงแนวทางในการสกัดราคาน้ำมัน หลังพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในยูเครน หลังจากที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน
ไออีเอ ประกอบด้วยสมาชิก 30 ประเทศ โดยสหรัฐจะระบายน้ำมันราว 30 ล้านบาร์เรลจากจำนวนทั้งหมด 60 ล้านบาร์เรล



