วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กระแสเมตาเวิร์สมาแรงบริษัทชั้นนำโลกแห่ลงทุน

กระแสลงทุนเมตาเวิร์สเริ่มมา บริษัท-ธนาคารชั้นนำโลกแห่ลงทุนทำธุรกิจโลกเสมือนจริง ทั้ง“เจพีมอร์แกน ”,“เบิร์กไชร์ แฮธะเวย์”ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ และดิสนีย์ ที่ถึงกับตั้งรองประธานอาวุโสดูแลกลยุทธ์ด้านเมตาเวิร์สของบริษัทโดยตรง

เจพีมอร์แกน ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่สุดของสหรัฐ กลายเป็นธนาคารแห่งแรกที่รุกเข้าสู่เมตาเวิร์ส (Metaverse) หรือโลกเสมือนจริงด้วยการเปิดพื้นที่รับรอง (Lounge) บนดีเซนทราแลนด์ (Decentraland) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงที่สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน

นอกจากการเปิดพื้นที่รับรองบนดีเซ็นทรัลแลนด์ที่ชื่อว่า "ออนิกซ์ เลานจ์ (Onyx Lounge) แล้ว เจพีมอร์แกน ยังเผยแพร่รายงานการสำรวจโอกาสทางธุรกิจในเมตาเวิร์ส

“มีลูกค้าจำนวนมากที่สนใจจะเข้ามาเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเมตาเวิร์ส เราจึงได้จัดทำคู่มือเพื่อที่จะช่วยให้ลูกค้ามีความโดดเด่นในการทำธุรกิจ และบ่งชี้ถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบัน รวมถึงสิ่งที่จำเป็นจะต้องสร้างในด้านเทคโนโลยี, สาธารณูปโภคด้านการพาณิชย์, ความเป็นส่วนตัว/การระบุตัวตน และสถานที่ทำงาน เพื่อที่จะเพิ่มศักยภาพสูงสุดของชีวิตเราในเมตาเวิร์ส” “คริสติน มอย” หัวหน้าฝ่ายกิจการคริปโทเคอร์เรนซี และเมตาเวิร์ส ของเจพีมอร์แกน กล่าว

 เว็บไซต์ coinbase.com รายงานว่า เจพีมอร์แกนเริ่มประเมิน “เมตาโนมิกส์” (Metanomics) หรือระบบเศรษฐกิจเสมือนจริง โดยบ่งชี้ว่าราคาเฉลี่ยของที่ดินเสมือนจริงแห่งหนึ่งเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 โดยพุ่งขึ้นจาก 6,000 ดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. เป็น 12,000 ดอลลาร์ในเดือนธ.ค.ทั่วเว็บไซต์เมตาเวิร์สหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ Decentraland, The Sandbox, Somnium Space และ Cryptovoxels โดยเจพีมอร์แกน ระบุในรายงานว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริงจะเริ่มเห็นบริการต่าง ๆ ที่เหมือนกับในโลกที่แท้จริง เช่น บริการด้านสินเชื่อ, การจำนอง และการทำข้อตกลงเช่าอสังหาริมทรัพย์”

รายงานของเจพีมอร์แกน ระบุด้วยว่า “เราเชื่อว่าภูมิทัศน์ของเกมเสมือนจริงที่มีอยู่ ซึ่งโลกเหมือนจริงแต่ละโลกที่มีประชากรของตัวเอง, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี), สกุลเงินในเกม และสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น มีองค์ประกอบที่คู่ขนานไปกับเศรษฐกิจโลกที่เป็นอยู่ และเราเชื่อว่านอกเหนือจากฐานลูกค้าจำนวนมากของเราแล้วนั้น ความสามารถหลักของเราที่มีมาอย่างยาวนานในด้านการชำระเงินระหว่างประเทศ, การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ, การสร้างสินทรัพย์ทางการเงิน, การซื้อขายและการรักษาความปลอดภัย จะทำให้เรามีบทบาทสำคัญในเมตาเวิร์ส”
 

ด้านบริษัทเบิร์กไชร์ แฮธะเวย์ (Berkshire Hathaway) ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เข้าซื้อหุ้นมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ในบริษัทแอคติวิชัน บลิซซาร์ด (Activision Blizzard) ซึ่งเป็นผู้ผลิตวิดีโอเกมรายใหญ่ของสหรัฐ ก่อนที่บริษัทไมโครซอฟท์จะทำข้อตกลงซื้อกิจการแอคติวิชันในวงเงิน 6.87 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บรรดานักลงทุนจับตาการทำธุรกรรมของบริษัทเบิร์กไชร์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า บัฟเฟตต์, ทอดด์ โคมส์ และเทด เวสเลอร์ ผู้จัดการด้านการลงทุนของเบิร์กไชร์จะประเมินมูลค่าของบริษัทแอคติวิชันในทิศทางใด พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า บัฟเฟตต์อาจเล็งเห็นว่า แอคติวิชันอาจจะเข้าไปมีส่วนสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส (Metaverse) ของไมโครซอฟท์

ในรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (กลต.) เบิร์กไชร์ระบุว่า ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เบิร์กไชร์ได้ถือครองหุ้นในบริษัทแอคติวิชันจำนวน 14.7 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 975 ล้านดอลลาร์

การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ไมโครซอฟท์จะประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของแอคติวิชันเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2565 ซึ่งนับเป็นการทำธุรกรรมเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของไมโครซอฟท์

ราคาหุ้นแอคติวิชันทะยานขึ้น 23% แล้วในปีนี้ และล่าสุดปิดตลาดที่ระดับ 81.46 ดอลลาร์ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันพุธ (16 ก.พ.) แต่ราคาปิดตลาดดังกล่าวยังต่ำกว่าราคาเสนอซื้อกิจการซึ่งตกลงกันไว้ที่ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นต่อต้านการผูกขาดตลาด

นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนม.ค.ปีนี้ เบิร์กไชร์ยังเพิ่มการถือครองหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์อีกกว่า 1.20 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากแอ๊ปเปิ้ลกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนรายแรกในสหรัฐที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนม.ค.

เบิร์กไชร์ แฮธะเวย์เริ่มซื้อหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ลในปี 2559 ต่อมาในช่วงกลางปี 2561 เบิร์กไชร์ถือหุ้นแอ๊ปเปิ้ลจำนวน 5% คิดเป็นมูลค่า 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ และในปี 2565 นี้ เบิร์กไชร์ยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นแอ๊ปเปิ้ลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้มูลค่าของหุ้นแอ๊ปเปิ้ลที่เบิร์กไชร์ถือครองในขณะนี้อยู่ที่ราว 1.60 แสนล้านดอลลาร์

บัฟเฟตต์ กล่าวว่า แอ๊ปเปิ้ลถือเป็นธุรกิจรายใหญ่อันดับ 3 ที่เบิร์กไชร์เข้าลงทุน รองจากธุรกิจประกันและธุรกิจทางรถไฟ อีกทั้งเคยกล่าวถึงไอโฟนว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่น และสามารถรวบรวมผู้คนให้เข้าไปอยู่ในระบบนิเวศของแอ๊ปเปิ้ลได้

ส่วน“บ็อบ ชาเปก” ซีอีโอบริษัทดิสนีย์ แต่งตั้ง“ไมค์ ไวท์” เป็นรองประธานอาวุโสเพื่อดูแลกลยุทธ์ด้านเมตาเวิร์สของบริษัทเมื่อวันอังคาร(15ก.พ.) ซึ่งชาเปกไม่ได้ให้รายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงใดๆเกี่ยวกับแผนการของดิสนีย์ที่จะสร้างรายได้จากเมตาเวิร์ส บอกแค่เพียงว่างานของไวท์คือการเชื่อมต่อโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันเพื่อนำเสนอความบันเทิงของดิสนีย์