"องค์การอนามัยโลก ประจำภูมิภาคยุโรป" ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์โอมิครอน กับสายพันธุ์ย่อย BA.2 พร้อมกระทุ้งถามแผนการรับมือเพียงพอหรือยัง เพราะสายพันธุ์นี้ อาจเป็นปัญหาใหญ่เกินกว่ารับมือ
ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนถูกพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้เมื่อปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา และยังคงเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหนักในหลายประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อสายพันธุ์ย่อย BA.2 อาจทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
เวบไซต์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในบางประเทศ ทั้งเดนมาร์ก สหราชอาณาจักร อินเดีย และแอฟริกาใต้ ซึ่งมีการกลายพันธุ์แล้วกว่า 27 ชนิด และสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้พบในสายพันธุ์ BA.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั่งเดิม
ดร.โดลิต นิตซาน ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า แผนการรับมือในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ เพราะสายพันธุ์ดังกล่าวกำลังเป็นภัยคุกคามโลกที่แท้จริง พบว่า อัตราผู้ติดเชื้อสูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั้งในเดนมาร์ก และสหราชอาณาจักรได้ทำการศึกษาพบว่า เชื้อดังกล่าวแพร่กระจายได้มากกว่าสายพันธุ์ BA.1 อยู่ที่ 30-34%
"มีแนวโน้มที่ BA.2 จะระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในโลก เช่นเดียวกับที่เราเห็นในเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร" ดร.นิตซาน กล่าวและเสริมว่า เพื่อยืนยันคำตอบ ขอให้ทุกประเทศเฝ้าติดตามยอดผู้ติดเชื้อในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่า ผู้ที่เคยติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ดั่งเดิม จะไม่เสี่ยงกับการติดเชื้อซ้ำ แม้ว่า จะยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนก็ตาม
ดร.นิตซาน ชี้ว่า สิ่งที่สายพันธุ์ BA.1 กับ BA.2 เหมือนกันก็คือ สามารถแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็ว "ถ้าคุณอยู่ในห้องที่มีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน คุณจะรับเชื้อทันที่คุณถอดหน้ากากเพื่อดื่ม และรับประทานอาหาร อย่างที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในเดนมาร์ก
ส่วนระยะเวลาการฟักเชื้อ หรือช่วงเวลาระหว่างการติดเชื้อไวรัสกับแสดงอาการป่วย ในบางผลการศึกษาพบว่า ระยะฟักเชื้อ BA.2 สั้นกว่า BA.1 เพียง 2-3 วันหลังจากได้รับเชื้อ บางรายงานพบว่า ระยะฟักเชื้อนานผิดปกติ บางครั้งอาจใช้เวลาสูงถึง 2 สัปดาห์กว่าที่อาการจะแสดงออกมาภายหลังการสัมผัสเชื้อแล้ว
ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจสรุประยะเวลาฟักเชื้อได้อย่างแม่นยำสำหรับบางประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและเดนมาร์ก ต่างก็มีผู้ติดสายพันธุ์นี้จำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็ไม่อาจสามารถสืบย้อนเส้นทางการติดเชื้อได้
นอกจากนี้ สิ่งที่จะเห็นในยุโรปคือ การกลายพันธุ์ที่เพิ่มขึ้นของสายพันธุ์โอมิครอน และสายพันธุ์ย่อยจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอีก แต่ในขณะนี้เรายังไม่มีวัคซีนโควิด-19 ที่มีขึ้นเฉพาะป้องกันโอมิครอน เราอาจจำเป็นต้องพัฒนาวัคซีนสำหรับสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ดร.นิตซาน กล่าวว่า สายพันธุ์โอมิครอนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สิ่งสำคัญคือ การอนุญาตและรับรองวัคซีน เพื่อให้สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ทั่วโลก
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์





