background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

ฟื้นสัมพันธ์ ‘ซาอุฯ’ สู่ ‘มิตร’ ดีกว่า ‘ศัตรู’

ฟื้นสัมพันธ์ ‘ซาอุฯ’ สู่ ‘มิตร’ ดีกว่า ‘ศัตรู’

เมื่อไทยเยือนซาอุฯ ในรอบ 30 ปี การรื้อฟื้นครั้งนี้ส่งผลดีกับประเทศไทย ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน แรงงานฝีมือ โอกาสธุรกิจอีกมากมาย ผูกมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรูเป็นแน่แท้

การเดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียของผู้นำไทยในรอบ 30 ปี หากมองในมุมของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ที่ผ่านมาไทยกับซาอุดีอาระเบียมีความขัดแย้งกันหลายเรื่อง ท่ามกลางความพยายามประสานรอยร้าวมาโดยตลอด การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นไปตามคำเชิญของประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมเข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย 

การพบกันครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันให้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง “ไทย” และ “ซาอุดีอาระเบีย” ให้กลับสู่ระดับปกติอย่างสมบูรณ์ มีการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการภายหลังการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระยะแรก เช่น แต่งตั้งเอกอัครราชทูต จัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี รวมถึงหารือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อรื้อฟื้นความร่วมมือในสาขาต่างๆ เช่น การค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน สาธารณสุข และการท่องเที่ยว และแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น สิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

โดยเฉพาะเรื่อง “แรงงาน” การกลับมาผูกมิตรกันครั้งนี้ เป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสของแรงงานไทยในรอบ 30 ปี กระทรวงต่างประเทศประเมินว่า จะส่งผลให้มีแรงงานฝีมือกลับเข้าไปทำงานในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงแรงงานภาคบริการ และแรงงานเฉพาะทางของไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียจะสร้างรายได้ให้ไทยไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท และยังเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลางมากขึ้น ขณะที่ วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดซาอุดีอาระเบียที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า การฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง และเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากเปิดสัมพันธ์การทูตปกติ คาดว่าการส่งออกจะสูงขึ้นเป็นแสนล้านบาท 

ดังนั้น เราเห็นว่า หากมองในมุมเศรษฐกิจ การลงทุน การฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ ย่อมส่งผลดีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบีย การที่เขาจะบรรลุความสำเร็จตามวิสัยทัศน์นี้ได้ ต้องอาศัยการลงทุนขนาดใหญ่ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศ สิ่งที่ตามมา คือ ความต้องการแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ และโอกาสทางธุรกิจที่จะเปิดให้กับนักลงทุนทั่วโลก ขณะที่ ภูมิภาคตะวันออกกลางยังเต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจมหาศาล ประเทศไทยก็ควรจะคว้าโอกาสนี้ไว้

เหนือสิ่งอื่นใดการผูกมิตรสร้างสัมพันธ์ไมตรีกับนานาประเทศย่อมดีกว่าการสร้างศัตรูเป็นไหนๆ