ธุรกิจส่งอาหารญี่ปุ่นแข่งดุ-ฟู้ดแพนด้ายอมถอนตัว

ธุรกิจส่งอาหารญี่ปุ่นแข่งดุ-ฟู้ดแพนด้ายอมถอนตัว

ธุรกิจส่งอาหารญี่ปุ่นแข่งดุ-ฟู้ดแพนด้ายอมถอนตัว แต่การแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจส่งอาหารไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้นแต่เกิดขึ้นในตลาดอื่นๆของเอเชียด้วย

หลังจากขยายธุรกิจเข้าไปในญี่ปุ่นได้แค่ปีเดียว บริษัทให้บริการส่งอาหารสัญชาติเยอรมนี“เดลิเวอรี่ ฮีโร่” หรือที่ผู้บริโภคในเอเชียรู้จักกันดีในชื่อ“ฟู้ดแพนด้า”ก็ประกาศเลิกทำธุรกิจในญี่ปุุ่นโดยให้เหตุผลว่าการแข่งขันดุเดือดและขาดแคลนคนขับรถส่งอาหาร

การถอนการลงทุนของฟู้ดแพนด้า สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสำหรับผู้ให้บริการด้านการส่งอาหารทั้งในญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆในเอเชีย ที่ขณะที่ผู้เล่นในภูมิภาคกำลังขับเคี่ยวกับบรรดาผู้เล่นยักษ์ใหญ่ระดับโลก 

แม้มีการคาดการณ์กันว่าตลาดส่งอาหารจะยังคงขยายตัวต่อไปแต่บรรดาผู้ให้บริการก็ถูกบังคับให้ต้องคิดถึงกลยุทธสร้างการเติบโตแก่ธุรกิจใหม่อีกครั้ง ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ในแวดวงธุรกิจนี้มองว่าในไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการผนวกและควบรวมกิจการเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมส่งอาหารมากขึ้น

เดลิเวอรี่ ฮีโร่เข้ามาดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่นผ่านทางแบรนด์ฟู้ดแพนด้าของบริษัทในเดือนก.ย.ปี 2563 ขณะที่ความต้องการในธุรกิจส่งอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทจึงคาดหวังว่าญี่ปุ่น ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับสามของโลกจะเป็นตลาดสำคัญสำหรับบริษัทและเป็นแหล่งทรัพยากรจำนวนมากที่จะช่วยให้บริษัทตั้งฐานดำเนินงานที่ญี่ปุ่นได้

 “จาค็อบ แองเกเล” ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ฟู้ดแพนด้า ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของบริษัท มาจากสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ มาพักอยู่ในญี่ปุ่นนานสามเดือน ตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2564 เพื่อสร้างธุรกิจในตลาดใหม่ ด้วยประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายตลาด ตั้งแต่สิงคโปร์ที่ถือว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ไต้หวัน มาจนถึงบังกลาเทศ 

ฟู้ดแพนด้ามีความมั่นใจในการเข้ามาทำธุรกิจในญี่ปุ่น โดยเริ่มต้นที่เมืองใหญ่อย่างโกเบ โยโกฮามา และนาโงย่า และมีเป้าหมายที่จะแตกไลน์ธุรกิจออกไปนอกเหนือจากการส่งอาหารด่วนให้แก่ลูกค้า แต่ในฐานะเป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่รุกเข้ามาในตลาดญี่ปุ่น บริษัทเผชิญหน้ากับการแข่งขันอย่างรุนแรง

ผู้เล่นรายใหญ่สองรายในตลาดญี่ปุ่น คืออูเบอร์ เทคโนโลยีส์ และ Demae-can ผู้ให้บริการส่งอาหารในท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากไลน์ แอพพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยม

ปัจจุบัน การบริการส่งอาหารของอูเบอร์ที่มีชื่อว่าอูเบอร์ อีทส์ มีร้านอาหารและร้านอื่นๆบนแพลทฟอร์มญี่ปุ่นประมาณ 130,000 แห่ง ส่วน Demae-can ประกาศเมื่อวันศุกร์(24ธ.ค.)ว่ามีร้านจำนวนกว่า 100,000 แห่ง

นอกจากนี้ บริษัททั้งสองแห่งยังคงทุ่มเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อครอบครองผู้ใช้งานแอพฯไว้กับบริษัทให้มากที่สุด ล่าสุด Demae-can  รายงานตัวเลขขาดทุนสุทธิในปีงบการเงินสิ้นสุดในเดือนส.ค.อยู่ที่ 20,600 ล้านเยน(180 ล้านดอลลาร์)

ฟู้ดแพนด้า ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขร้านอาหารบนแพลทฟอร์มของบริษัทในญี่ปุ่น แต่ผลประกอบการของบริษัทน้อยกว่าสองยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดธุรกิจส่งอาหาร โดยผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 3,600 คนที่ตอบแบบสอบถามผ่านการสำรวจความเห็นทางออนไลน์ของไอซีที รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลทิง ของญี่ปุุ่น ในเดือนก.พ.พบว่า ผู้ตอบบสอบถาม 428 คน บอกว่าใช้บริการ Demae-can ส่วน 426 คนบอกว่าใช้บริการอูเบอร์ มีที่ใช้บริการฟู้ดแพนด้าแค่ 34 คนเท่านั้น

นอกจากนี้ การระบาดของโรคโควิด-19ที่ทำให้ความต้องการส่งอาหารทะยานขึ้นมาก จนทำให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่ๆเข้ามาร่วมแข่งขันด้วย เช่น “ดอร์แดช” คู่แข่งโดยตรงของอูเบอร์ ที่เข้าตลาดญี่ปุ่นในเดือนมิ.ย.และดอร์แดชขยายธุรกิจหลังจากบริษัทเข้าครอบครองกิจการวูลฟ์ของฟินแลนด์เมื่อไม่นานมานี้ในวงเงิน 7,000 ล้านยูโร (8,000 ล้านดอลลาร์)ซึ่งวูล์ฟดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่นมาตั้งแต่เดือนมี.ค.ปี 2563

ส่วน“ตีตี้ชูสิง”บริษัทสตาร์ทอัพให้บริการเรียกรถโดยสารสัญชาติจีนก็เปิดตัวธุรกิจส่งอาหารในนครโอซาก้าเมื่อปีที่แล้วและขยายการบริการไปอีก 8 จังหวัด 

“หลังจากเราเปิดให้บริการ ภาพรวมธุรกิจส่งอาหารในญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ปัจจัยจากภายนอก เช่น จำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้น และการขาดแคลนคนขับรถส่งอาหารคือเหตุผลที่ทำให้บริษัทตัดสินใจยุติการทำธุรกิจในญี่ปุุ่น”ตัวแทนบริษัทฟู้ดแพนด้าคนหนึ่งในสิงคโปร์ เผยกับนิกเคอิ เอเชีย

การถอนตัวจากตลาดญี่ปุ่นของฟู้ดแพนด้าที่สะท้อนภาพรวมการแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจประเภทนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้นแต่สถานการณ์คล้ายกันนี้ก็เกิดขึ้นในตลาดอื่นๆของเอเชียด้วย ขณะที่ต้นทุนการตลาดในการครอบครองใจลูกค้าและคนขับรถก็สูงมากจนบั่นทอนผลกำไรที่บริษัทควรจะได้

ตัวอย่างเช่น ในสิงคโปร์  ฟู้ดแพนด้าและเดลิเวอโรของอังกฤษต้องแข่งขันกับซูเปอร์แอพฯท้องถิ่นอย่างแกร็บ ในศึกสามเส้า  ส่วนตลาดอินโดนีเซียเป็นสนามแข่งของบริษัทท้องถิ่นในเอเชียด้วยกันมากกว่า อย่างซูเปอร์แอพฯท้องถิ่น “โกฟู้ด”ของโกเจ็ก และแกร็บฟู้ดของแกร็บ เป็นผู้เล่นรายใหญ่สุด 

แต่ “ซี” บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสิงคโปร์ก็ขยายธุรกิจส่งอาหารผ่านแอพฯ ShopeeFood ในตลาดอินโดนีเซียได้อย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา 

ก่อนที่ฟู้ดแพนด้าจะประกาศถอนตัวจากการทำธุรกิจในญี่ปุ่น ในภูมิภาคก็เริ่มมีการหารือเพื่อผนวกและควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมนี้แล้ว โดยเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โกเจ็กขายธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทย รวมถึง ธุรกิจส่งอาหาร ให้แก่แอร์เอเชีย ของมาเลเซีย

ข้อมูลของโมเมนตัม เวิร์คส์ บริษัทที่ปรึกษาของสิงคโปร์ ระบุว่า  โกเจ็กมีส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจส่งอาหารในไทยในปี 2563 ประมาณ 7% ตามหลังแกร็บที่มีส่วนแบ่ง 50% ฟู้ดแพนด้า 23%  และไลน์ 20%