วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตาลีบันปกครองเข้ม-ยุบกกต.อิสระ-ห้ามสตรีเดินทางไกลคนเดียว

รัฐบาลตาลีบันสั่งยุบคณะกรรมการกกต. อิสระและอีกสองกระทรวง ให้เหตุผลไม่มีความจำเป็น หลังออกกฏใหม่ ห้ามผู้หญิงเดินทางไกลบนถนนตามลำพัง หากจำเป็นต้องเดินทางเป็นระยะทางกว่า 72 กม. ต้องมีญาติผู้ชายติดตามไปด้วย

รัฐบาลตาลีบันสั่งยุบคณะกรรมการการเลือกตั้งของอัฟกานิสถาน ซึ่งดูแลการเลือกตั้งในรัฐบาลชุดก่อนโดยให้เหตุผลว่าไม่มีความจำเป็นที่คณะกรรมการชุดนี้จะคงอยู่และทำงานอีกต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อปี 2549 มีการตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งอิสระแห่งชาติ (ไออีซี) ขึ้นเพื่อบริหารและควบคุมดูแลการเลือกตั้งทุกประเภท แต่ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะยึดอำนาจการปกครองประเทศได้ก็มีสมาชิกของคณะกรรมการชุดนี้หลายคนถูกสังหารโดยกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศ       

“ไบลัล คาริมิ”โฆษกของรัฐบาลตาลีบันแถลงว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการสั่งยุบสองกระทรวง คือกระทรวงสันติภาพและกระทรวงกิจการรัฐสภา 

ก่อนหน้านั้น  รัฐบาลตาลีบันได้สั่งยุบกระทรวงกิจการสตรีของประเทศพร้อมตั้งกระทรวงเพื่อส่งเสริมคุณธรรมความดีและป้องกันความชั่วร้ายต่างๆ ขึ้นมาแทน 

คณะรัฐบาลปัจจุบันของอัฟกานิสถาน ไม่มีผู้หญิงรวมอยู่ในคณะรัฐบาลเลย เนื่องจากในยุคการปกครองอัฟกานิสถานของตาลีบันระหว่างปี 2539-2544 ตาลีบันสั่งห้ามผู้หญิงและเด็กหญิงไปโรงเรียน ไปทำงานและควบคุมการใช้ชีวิตนอกบ้านบางอย่าง
 

 การสั่งยุบคณะกรรมการกกต. อิสระและอีกสองกระทรวงของตาลีบัน มีขึ้นหลังจากรัฐบาลตาลิบันออกกฏห้ามผู้หญิงเดินทางไกลบนถนนตามลำพัง หากจำเป็นต้องเดินทางเป็นระยะทางกว่า 72 กม. ต้องมีญาติผู้ชายติดตามไปด้วย

 ภายใต้ข้อห้ามเดินทางไกลตามลำพังของหญิงชาวอัฟกานิสถานนี้ ยังระบุให้เจ้าของยานพาหนะปฏิเสธให้ผู้หญิงที่ไม่สวมผ้าโพกศีรษะหรือฮิญาบขึ้นรถและห้ามเล่นดนตรีในยานพาหนะด้วย

ข้อห้ามนี้ถือเป็นข้อห้ามที่สะท้อนถึงการลิดรอนสิทธิสตรีครั้งล่าสุดของรัฐบาลตาลิบันที่ขึ้นมามีอำนาจในอัฟกานิสถานเมื่อเดือนส.ค. หลังกองกำลังสหรัฐและพันธมิตรถอนตัวออกไป ขณะที่ฮิวแมนไรต์ วอทช์ ระบุว่า ข้อจำกัดใหม่นี้ทำให้สตรีเป็นนักโทษมากขึ้น

“ฮีเธอร์ บาร์” ผู้อำนวยการการฝ่ายสิทธิสตรีของฮิวแมน ไรต์ วอทช์ กล่าวว่า คำสั่งนี้ปิดโอกาสสำหรับผู้หญิงที่จะเดินทางได้อย่างอิสระและปิดกั้นโอกาสในการหลบหนีไปที่อื่นหากเผชิญหน้ากับปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตาลิบันเข้ามาปกครองอัฟกานิสถานเมื่อเดือนส.ค. ก็ออกคำสั่งให้ผู้หญิงทำงานอยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่โรงเรียนประถมศึกษาเปิดให้ครูและนักเรียนชายเข้าไปเท่านั้น และยังไม่ให้ผู้หญิงกลับไปโรงเรียน โดยอ้างว่าข้อจำกัดเหล่านี้เป็นข้อจำกัดชั่วคราว เพื่อให้แน่ใจว่าสถานที่ทำงานและสภาพแวดล้อมในสถานศึกษามีความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

เมื่อเดือนพ.ย. ตาลิบันห้ามผู้หญิงปรากฏตัวในละครโทรทัศน์ และสั่งให้ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศหญิงสวมผ้าโพกศีรษะเมื่อออกหน้าจอทุกครั้ง

การออกกฏเข้มงวดเพื่อควบคุมการดำเนินชีวิตของผู้หญิงในอัฟกานิสถานของกลุ่มตาลีบันเจอกระแสต่อต้านจากกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของบรรดาชาติที่ให้ความช่วยเหลืออัฟกานิสถานถึงกับตั้งเงื่อนไขแลกกับการให้ความช่วยเหลือ 

โดยแจ้งไปยังกลุ่มตาลิบันว่า ต้องเคารพสิทธิสตรีก่อนจึงจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ท่ามกลางวิกฤตด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง หลังจากนานาชาติถอนตัวจากการสนับสนุนตั้งแต่ตาลิบันยึดอำนาจปกครองอัฟกานิสถาน

การถอนตัวของนานาประเทศทำให้เศรษฐกิจของอัฟกานิสถานอยู่ในฐานะย่ำแย่ และคาดว่าชาวอัฟกันจะยังคงดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบากแบบนี้ต่อไปอีกหลายปี

ทั้งนี้ หลังจากกลุ่มตาลิบันเข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศได้สำเร็จเมื่อวันที่ 15 ส.ค. หลายประเทศที่บริจาคเงินช่วยเหลือให้อัฟกานิสถานต่างก็ออกมาประกาศหยุดการช่วยเหลือทางการเงินทันที

ทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ประกาศระงับการส่งเงินช่วยเหลืองวดถัดไปของงบมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์ และรัฐบาลเยอรมนี ก็ประกาศว่าจะไม่ส่งเงินช่วยเหลือจำนวน 300 ล้านดอลลาร์ ที่เตรียมไว้ให้ 

ส่วนสหรัฐอายัดเงินทุนสำรองฉุกเฉินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ที่ธนาคารกลางอัฟกานิสถานฝากไว้ที่ธนาคารกลางสหรัฐในนครนิวยอร์ก

แต่ในข่าวร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เมื่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐประกาศว่า สหรัฐยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถาน แม้ตาลิบันจะเป็นผู้ปกครองประเทศ