วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทะเลจีนใต้ปัญหาเกินกำลังฟิลิปปินส์

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองระหว่างประเทศมีความเห็นว่า การให้ความสำคัญกับจีนของรัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้ลดลง

“ท่าทีเป็นมิตรต่อรัฐบาลปักกิ่งของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ไม่ได้ช่วยให้ท่าทีก้าวร้าวของรัฐบาลจีนในทะเลจีนใต้ลดลงแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ผู้นำคนใหม่ของฟิลิปปินส์ที่จะชนะการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในเดือนพ.ค.ปี2565 ควรมีความกล้าที่จะท้าทายอำนาจของรัฐบาลปักกิ่ง ”พีชเชส ลอเรน เวอร์การา จากอมาดอร์ รีเสิร์ช เซอร์วิสเซส เขียนในรายงานที่ตีพิมพ์โดยสถาบันนโยบายเชิงสังคมแห่งเอเชีย 

ด้านอินเตอร์เนชั่นแนล ไครสิส กรุ๊ป กลุ่มนักคิดชั้นนำของโลก มีความเห็นว่า ฟิลิปปินส์ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดในทะเลจีนใต้ได้เพียงลำพัง และฟิลิปปินส์ควรผลักดันแนวปฏิบัติระหว่างบรรดาประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนเพื่อจัดการกับสถานการณ์ตึงเครียดทางทะเลร่วมกัน              

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพ.ค.ปีหน้าซึ่งเป็นปีที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เตบริหารประเทศมาครบเทอม 6ปี โดยที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์พยายามดำเนินความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งขึ้นกับรัฐบาลปักกิ่ง ทั้งยังประกาศว่าฟิลิปปินส์ตั้งใจที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีพิพพาทอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้กับจีน 
 

ข้อพิพาททะเลจีนใต้ เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการอ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนและทั้งหมดเหนือดินแดนและอธิปไตยในน่านน้ำทะเลจีนใต้ หมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลี โดยมีหลายประเทศอ้างกรรมสิทธิ์นี้

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เคยกล่าวประณามความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ หลังจากที่เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนใช้หัวฉีดแรงดันสูงยิงน้ำใส่เรือของฟิลิปปินส์หลายลำ

นอกจากจะมีการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะที่มีความสมบูรณ์ ยังมีการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหินโผล่ เกาะปะการัง สันดอนทราย และแนวปะการัง อย่างเช่น สันทรายสการ์โบโรห์ด้วย และแม้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ไม่มีคนอยู่อาศัย หมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลี อาจจะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอยู่โดยรอบ

โดยประเมินจากพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีแร่ธาตุอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ เพราะยังไม่เคยมีการสำรวจพื้นที่นี้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ ทะเลจีนใต้ยังเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญ และเป็นแหล่งทำการประมงที่ผู้คนทั่วภูมิภาคใช้ทำมาหากินด้วย

เมื่อเดือนก.ค.ปี2559  ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก มีคำตัดสินกรณีพิพาทระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน ในเรื่องสิทธิ์เหนือหมู่เกาะและปะการังในทะเลจีนใต้ ซึ่งฟิลิปปินส์ทำคำร้องต่อศาลดังกล่าวไว้ในปี2556

ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรกล่าวว่า จีนไม่มีสิทธิ์ตามประวัติศาสตร์’ในบริเวณดังกล่าว และว่าการกระทำของจีนเป็นการละเมิดอธิปไตยของฟิลิปปินส์

ผู้เชี่ยวชาญตลอดจนผู้ที่ติดตามกรณีพิพาทระหว่างจีนกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองว่า คำตัดสินดังกล่าวซึ่งมีความผูกพันทางกฎหมายนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าศาลฯ จะไม่มีอำนาจบังคับให้มีการดำเนินการตามคำตัดสินก็ตาม

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ แถลงว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์มีความยินดีต่อคำตัดสินนี้และฟิลิปปินส์ขอยืนยันอย่างแข็งขันในการรับรองว่าคำตัดสินครั้งสำคัญนี้ จะมีส่วนอย่างมากในความพยายามที่จะขบแก้ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้

จีนกล่าวอ้างสิทธิ์เหนือบริเวณเกือบจะทั้งหมดในทะเลจีนใต้ ตามแนวเส้นที่จีนกำหนดไว้ และเรียกว่าเส้น ‘nine dash line’ ซึ่งในบริเวณดังกล่าว จีนได้รวมหมู่เกาะและแหล่งการประมงที่มีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอาไว้ด้วย

และยังคาดกันด้วยว่า บริเวณที่ว่านี้เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันและแก๊สธรรมชาติมหาศาล

ระหว่างที่มีกรณีพิพาทกัน จีนได้เข้าไปถมทะเลสร้างเกาะทับปะการัง ทั้งยังก่อสร้างฐานทัพทหารขึ้นบนเกาะบางแห่งที่สร้างขึ้นแล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองบางคนมีความเห็นว่า บรรดาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าและมีนโยบายสนับสนุนจีนอาจจะถูกต่อต้านจากสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นขัดแย้งในทะเลจีนใต้