โอมิครอนระบาดหนักในสหรัฐ - อังกฤษ-นักวิจัยชี้ระบาดง่ายกว่าเดลตา

โอมิครอนระบาดหนักในสหรัฐ - อังกฤษ-นักวิจัยชี้ระบาดง่ายกว่าเดลตา

นักวิจัยชี้ซูเปอร์ไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์เดลตาสองเท่า ขณะที่สหรัฐเจอผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 11 รัฐ ส่วนกฤษเจอผู้ติดเชื้อรวดเดียว 75 คน

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่แอฟริกาใต้เปิดเผยว่า ซูเปอร์ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา ที่เคยได้รับการพิจารณาว่าเป็นไวรัสที่ระบาดเร็วที่สุดถึง "สองเท่า" เนื่องจากมีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง และความสามารถในการหลบเลี่ยงการป้องกันภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ขณะที่มีรายงานว่าพบการระบาดของ โอมิครอน ในกว่า 30 ประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ประชาชนเริ่มเดินทางก่อนช่วงเทศกาลสำคัญ พบผู้ติดเชื้อแล้วใน 11 รัฐ โดยที่รัฐนิวแฮมเชอร์ ที่ประชากร 73.5% ฉีดว้คซีนครบสองโดส กลับมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ

ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อ โอมิครอน เพิ่มขึ้น 13.4% โดยล่าสุดอยู่ที่ 8,251 คน และต้องนอนโรงพยาบาลเกือบ 400 คน แม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะย้ำเมื่อวันศุกร์ว่ามาตรการใหม่ล่าสุด ที่ฝ่ายบริหารของเขาประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ ที่รวมทั้งการจำกัดการเดินทาง น่าจะเพียงพอที่จะควบคุมการแพร่ระบาดได้

ด้านสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (ยูเคเอชเอสเอ) เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อ สายพันธุ์โอมิครอน ที่อิงแลนด์ อีก 75 คน ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 2 เท่า คือ 134 คน และแม้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้จะเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส

แต่ยังไม่แน่ชัดว่าผู้ที่ติดเชื้อใหม่ 75 คน เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส หรือยังไม่ได้ฉีด และในจำนวน 75 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ที่สก็อตแลนด์และเวลส์ด้วย 

กลุ่มที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน (เซจ) ของรัฐบาลอังกฤษ เรียกร้องให้รัฐบาลใช้ "พาสปอร์ตวัคซีน" และให้กลับไป "work-from-home" เพื่อรับมือการระบาด เนื่องจากซูเปอร์ไวรัสตัวนี้อาจะทำให้เกิดการระบาดเท่าเทียมหรือขยายวงกว้างกว่าคลื่นการระบาดของสายพันธุ์อื่นก่อนหน้านี้