หุ้นเทสลาดิ่งหลังส่อชวดดีลขายรถล็อตใหญ่ให้เฮิร์ซ

หุ้นเทสลาดิ่งหลังส่อชวดดีลขายรถล็อตใหญ่ให้เฮิร์ซ

ราคาหุ้นของบริษัทเทสลาดิ่งลง 5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีทวันอังคาร(2พ.ย.) หลังจากที่นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลายอมรับว่า ทางบริษัทยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงกับบริษัทเฮิร์ซเพื่อจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 100,000 คันแต่อย่างใด

"ผมขอย้ำว่ายังไม่มีการลงนามในสัญญาแต่อย่างใด โดยเรื่องข้อตกลงกับเฮิร์ซไม่ได้มีผลกระทบต่อสถานะการเงินของเรา" นายมัสก์ระบุ

ทั้งนี้ ราคาหุ้นของเทสลาพุ่งขึ้นกว่า 10% ในวันที่ 25 ต.ค. หลังมีข่าวว่า บริษัทเฮิร์ซ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถยนต์เช่ารายใหญ่ของโลก ได้สั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลาจำนวน 100,000 คัน ส่งผลให้เทสลากลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เช่นเดียวกับแอปเปิล แอมะซอน และไมโครซอฟท์

คำสั่งซื้อดังกล่าวถือเป็นคำสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ที่สุด และจะทำรายได้ให้แก่เทสลาถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เทสลาจะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้แก่เฮิร์ซภายในสิ้นปี 2565

นอกจากนี้ สำนักงานความปลอดภัยด้านการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอชทีเอสเอ) ยังเปิดเผยในวันเดียวกันว่า เทสลา ได้เรียกคืนรถยนต์จำนวนเกือบ 12,000 คันที่มีการจำหน่ายในสหรัฐนับตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากมีปัญหาของซอฟท์แวร์ซึ่งอาจทำให้ระบบเบรกฉุกเฉินทำงานผิดปกติ

เทสลาระบุว่า บริษัทได้เรียกคืนรถยนต์รุ่น S, X, 3 และ Y จำนวน 11,704 คัน หลังจากมีการปรับปรุงซอฟท์แวร์ในวันที่ 23 ต.ค.ในรถยนต์ที่ใช้ระบบขับอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 ต.ค. เทสลาก็เริ่มได้รับรายงานจากลูกค้าเกี่ยวกับการที่รถยนต์ส่งสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการชนทางด้านหน้า รวมทั้งการที่ระบบเบรกฉุกเฉินแบบอัตโนมัติอาจทำงานเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเหตุการณ์นี้ ทำให้เทสลาทำการสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ก่อนจะตัดสินใจเรียกคืนรถยนต์เพื่อทำการติดตั้งซอฟท์แวร์รุ่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น