คริสตาลินา จอร์จีวาผอ.ไอเอ็มเอฟพ้นข้อกล่าวหาเอาใจจีน

คริสตาลินา จอร์จีวาผอ.ไอเอ็มเอฟพ้นข้อกล่าวหาเอาใจจีน

คณะกรรมการบริหารของไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 24 คน ประชุมร่วมกันเพื่อตัดสินใจว่าจะดำเนินการกับนางจอร์จีวาต่อไปอย่างไร และหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง คณะกรรมการบริหารมีมติไว้วางใจนางจอร์จีวา

หลังลุ้นกันมาตลอดว่าสถาบันการเงินชั้นนำของโลกอย่างไอเอ็มเอฟต้องปรับเปลี่ยนตัวหัวเรือใหญ่เพราะปัญหาอื้อฉาวใช้อำนาจในทางมิชอบเอื้อประโยชน์ให้แก่รัฐบาลจีนหรือไม่  

ในที่สุด ผลการสอบสวนก็ออกมาแล้วว่า คณะกรรมการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มีมติให้ความไว้วางใจและสนับสนุนให้“คริสตาลินา จอร์จีวา” ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟต่อไป 

หลังจากคณะกรรมการได้ทำการทบทวนข้อกล่าวหาที่ระบุว่าจอร์จีวา เคยกดดันเจ้าหน้าที่ของธนาคารโลกให้เปลี่ยนแปลงข้อมูลในรายงานเศรษฐกิจ เพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้จีนระหว่างที่เธอดำรงตำแหน่งสำคัญในธนาคารโลก

ข้อกล่าวหาที่มีต่อจอร์จีวาในกรณีนี้ืถือเป็นข้อกล่าวหาที่ทำลายชื่อเสียงของไอเอ็มเอฟมากที่สุด นับตั้งแต่ "โดมินิก สเตราส์-คาห์น”อดีตผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ถูกแม่บ้านโรงแรมโซฟิเทลในนิวยอร์ก ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากการที่ถูกเขาล่วงเกินทางเพศ ซึ่งเขาก็ยอมจ่ายเงินไกล่เกลี่ยคดี แต่ตัวเลขค่ายอมความไม่เป็นที่เปิดเผย

จอร์จีวา วัย 68ปี ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟเมื่อปี 2552 แทนที่คริสติน ลาการ์ด ที่ทำงานจนครบวาระและไปดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)       

แต่“เจเน็ต เยลเลน” รัฐมนตรีคลังของสหรัฐแสดงท่าทีไม่ไว้วางใจจอร์จีวา โดยกล่าวว่า เธอจะจับตาการประเมินของไอเอ็มเอฟเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ ๆ ในเรื่องนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้ไอเอ็มเอฟใช้มาตรการเชิงรุกตรวจสอบคุณธรรมและความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟ
 

 ที่ผ่านมา ธนาคารโลกมอบหมายให้ทนายความจากบริษัทวิลเมอร์เฮล ทำการตรวจสอบกรณีข้อมูลคลาดเคลื่อนในรายงาน Doing Business โดยทีมงานจากวิลเมอร์เฮลเปิดเผยผลการตรวจสอบที่ระบุว่า จอร์จีวา และ“จิม ยอง คิม” อดีตผู้อำนวยการธนาคารโลกกดดันให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลในรายงานประจำปี 2561 เพื่อให้อันดับของประเทศจีนปรับขึ้นมาอยู่อันดับ 78 จากเดิมที่อันดับ 85

รายงานการสอบสวน ระบุว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นไปเพื่อขอการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เนื่องจากในขณะนั้นธนาคารโลกต้องการการสนับสนุนด้านเงินทุนครั้งใหญ่

ประเทศที่ให้การสนับสนุนจอร์จีวาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของไอเอ็มเอฟต่อไปหลังเกิดกรณีอื้อฉาวนี้ขึ้นคือ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร จะมีก็แต่สหรัฐที่มีเจ้าหน้าที่บางคน รวมถึงรัฐมนตรีคลังที่บอกว่าจะจับตามองผอ.ไอเอ็มเอฟอย่างใกล้ชิด

แต่ถึงแม้จะรอดตัวจากข้อกล่าวหาอื้อฉาวนี้ แต่ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่ชะลอตัวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เส้นทางต่อไปของจอร์จีวาในฐานะผู้นำไอเอ็มเอฟน่าจะเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างมาก

ทั้งการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะอาร์เจนตินา ที่ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561อาร์เจนตินาประสบปัญหาเงินทุนสำรองร่อยหรอและเงินเฟ้อสูง ทำให้รัฐบาลยื่นขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟเป็นจำนวนเงินสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 57,000 ล้านดอลลาร์ ภายใต้เงื่อนไขที่อาร์เจนตินาต้องปฏิรูปหลายด้าน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้เกิดเสถียรภาพกลับคืนมา 

แต่สถานการณ์ของประเทศกลับไม่ดีขึ้น ล่าสุด รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องขอเลื่อนชำระหนี้ไอเอ็มเอฟกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ออกไปและยังถูกซ้ำเติมด้วยผลการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อเดือน ส.ค. ที่ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน “เมาริซิโอ มาครี” ที่มีแนวคิดปฏิรูปประเทศและมีนโยบายรัดเข็มขัด กลับพ่ายแพ้คะแนนเสียง“อัลเบร์โต้ เฟอร์นันเดซ” ผู้ท้าชิงตำแหน่งที่มีแนวคิดประชานิยมและอาจกระตุ้นให้เงินเฟ้ออาร์เจนตินากลับมาสูงขึ้นอีก 

เฟอร์นันเดซ ต้องการขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และเงื่อนไขต่าง ๆ กับไอเอ็มเอฟ ทำให้มีความเป็นได้สูงว่างานใหญ่ในการเจรจากับ (ว่าที่) ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาคนใหม่ถือเป็นงานหินต่อไปที่จอจีวาต้องเจอ เพราะหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ต่อเนื่อง นอกจากเงินทุนที่ ไอเอ็มเอฟจะสูญเสียไปแล้ว ไอเอ็มเอฟยังล้มเหลวในการสร้างเสถียรภาพของประเทศสมาชิก

แม้ปัจจุบันไอเอ็มเอฟจะมีเงินทุนโดยรวมสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และพร้อมให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศสมาชิก แต่ที่ผ่านมา สหรัฐซึ่งเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่ที่สุดของไอเอ็มเอฟประกาศถอนตัวในการให้เงินทุนไอเอ็มเอฟในหลายโครงการ 

การหาเงินทุนเพิ่มเติมของไอเอ็มเอฟจึงเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งทีจอร์จีวาต้องเร่งทำเพราะในระยะข้างหน้า มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เงินทุนของไอเอ็มเอฟอาจมีไม่เพียงพอที่จะเข้าช่วยเหลือประเทศสมาชิก หากประเทศสมาชิกประสบปัญหาขาดสภาพคล่องหรือเกิดวิกฤตการเงินขึ้น ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และอาจส่งผลให้วิกฤตลุกลามเป็นโดมิโนไปสู่ประเทศอื่นๆรวมถึงไทยได้

แท็กที่เกี่ยวข้องไอเอ็มเอฟ