วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาด! "ราคาน้ำมัน" พุ่ง 100 ดอลล์ หากโอเปกพลัส ไม่เพิ่มการผลิต

นักวิเคราะห์คาด ราคาน้ำมัน อาจพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ เหตุโอเปกพลัส ไม่เร่งเพิ่มการผลิต เหตุความต้องการพลังงานในช่วงฤดูหนาวสูงขึ้น

นายจอห์น ดริสคอลล์ นักวิเคราะห์จากบริษัท JTD Energy Services คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มพุ่งขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากความต้องการพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว และจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ยังคงยึดมั่นในข้อตกลงด้านการผลิต

ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 ต.ค. โอเปกพลัสประกาศเจตนารมณ์ที่จะยึดมั่นตามข้อตกลงเดิมในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วันในแต่ละเดือน แม้ว่าถูกกดดันจากนานาประเทศให้เพิ่มกำลังการผลิตมากกว่าระดับดังกล่าวเพื่อชะลอการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันก็ตาม โดยในปีนี้ราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นไปแล้วถึง 50%

นายดริสคอลล์กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ก็อาจไม่ใช่ระดับที่ยั่งยืน

“ผมคิดว่า หากทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด คือหากสภาพอากาศเลวร้าย, เกิดปัญหาระบบพลังงานขัดข้อง, การลำเลียงขนส่งสะดุดลง หรือเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทาน สถานการณ์เหล่านี้อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็คาดว่าสถานการณ์ในลักษณะนี้จะไม่ยั่งยืน” นายดริสคอลล์กล่าว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (4 ต.ค.) ผลการประชุมโอเปกพลัสเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 1.74 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 77.62 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 81.26 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2561

ส่วนล่าสุดเมื่อคืนนี้ (5 ต.ค.) ตลาดยังคงขานรับมติการประชุมของโอเปกพลัส ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 1.31 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 78.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 2557 และราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 82.56 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2561