โฟล์คสวาเกน ร่วมขบวนค่ายรถต่างชาติชั้นนำอีกหลายแห่งรวมทั้งเมอร์เซเดส เบนซ์ เปอร์โยต์ และจีป ขึ้นราคารถยนต์ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นประมาณ 1,000 ดอลลาร์โดยให้เหตุผลว่าเพราะอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตรถมีราคาแพงขึ้น
รถยนต์รุ่นที่โฟล์คสวาเกนปรับขึ้นราคาคือรุ่น Tiguan R ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายที่ราคา 6.89 ล้านเยน(62,000 ดอลลาร์)แต่ในเดือนต.ค.จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 102,000 เยน นอกจากนี้มีออดี้ ค่ายรถเยอรมนีที่ปรับขึ้นราคารถประมาณ 150,000 เยน
แบรนด์รถยนต์นำเข้ารุ่นขายดี5จาก10 รุ่นจะมีราคาขายปลีกแพงขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้ หรือประมาณเดือนก.ย. ส่วนรถเปอร์โยต์และจีป ที่ต่างก็อยู่ภายใต้สังกัดของสเตลแลนทิส ค่ายรถยนต์ยุโรป ต่างก็ขึ้นราคาขายปลีกรถยนต์เช่นกัน
ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขึ้นราคารถยนต์บางรุ่น โดยปรับขึ้นราคามากที่สุดคือ 5 แสนเยนจากก่อนหน้านี้ ค่ายรถแห่งนี้พยายามคงราคารถยนต์ในญี่ปุ่นไว้ที่ระดับเดิมแต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6ปีครึ่งที่ค่ายรถผลักภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านวัสดุอุปกรณ์ที่แพงขึ้นไปให้ผู้บริโภค
การปรับขึ้นราคาขายรถยนต์ของผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปมีขึ้นหลังจากราคาทองแดง โลหะมีค่าและเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณสินค้ามีจำกัดและความต้องการเพิ่มขึ้น
ท่าเรือต่างๆทั่วโลกเจอปัญหาแออัดเพราะผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มด้านการเดินทางเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 ท้ายที่สุดทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าทางเรือและต้นทุนด้านโลจิสติกอื่นๆปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีชิปเป็นส่วนประกอบจะมีราคาแพงขึ้นไปจนถึงปลายปี 2565 โดยชิปที่ใช้เทคโนโลยีไฮเทคจะขึ้นราคา 10% และชิปทั่วไปจะขึ้นราคา 20%
จากสถานการณ์นี้ คาดว่าบริษัทที่จะได้รับผลกระทบรายแรก ๆ คือแอ๊ปเปิ้ล เอเอ็มดี เอ็นวิเดียและควอลคอมม์มีการใช้งานชิปเซมิคอนดักเตอร์เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ อย่างเช่นไอโฟน 12
เคาท์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ชรายงานว่า ปัจจุบัน ผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าก่อนวิกฤตชิปขาดตลาดมากถึง 40% ซึ่งเป็นผลจากปัญหาด้านซัพพลายเชน และวัตถุดิบราคาแพง
ข้อมูลล่าสุดในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาระบุว่า ผู้ผลิตชิปต้องซื้อทองแดงในราคาที่แพงขึ้นจากปีที่แล้ว 40%, Lead Frame แพงขึ้น 25 - 30%, และวัสดุเวเฟอร์แพงขึ้น 5%, ส่วนเครื่องจักรและบริการที่เกี่ยวข้องก็มีราคาสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
"โกลบอลเวเฟอร์ส" ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อีกราย รายงานว่า ปัจจุบันต้นทุนการผลิตชิปสูงขึ้นทุกด้าน ทั้งวัตถุดิบ สารเคมีที่ใช้ ไปจนถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์
นอกจากนี้ ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง คือ เมื่อเซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลน บริษัทหลายแห่งก็สั่งซื้อชิปเพิ่มขึ้นมากเกินความจำเป็นเพื่อกักตุนสินค้า ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปคาดการณ์ความต้องการที่แท้จริงในตลาดได้ยากขึ้น
ขณะที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 110 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐจาก 103-104 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเริ่มต้นปีที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยหนุนต้นทุนนำเข้าสินค้าที่ใช้เซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงรถยนต์ปรับตัวสูงขึ้น
แต่ในญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่ราคารถยนต์จะแพงขึ้นอย่างเดียว ราคาในภาคบริการของญี่ปุ่นก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่าง กรณีของโตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ท โอเรียนทัล แลนด์ ขึ้นราคาค่าตั๋วเข้าเที่ยวชมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยราคาตั๋วสำหรับผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น 8% เป็น 9,400 เยน แต่ลดราคาตั๋วช่วงสุดสัปดาห์ให้ถูกลง
อย่างไรก็ตาม ราคาตั๋วเข้าเที่ยวชมที่โตเกียว ดิสนีย์ถือว่าถูกว่าสวนสนุกของดิสนีย์ในที่อื่นๆ โดยสวนสนุกดิสนีย์ในแคลิฟอร์เนียคิดค่าตั๋ว 154 ดอลลาร์ ในเซี่ยงไฮ้คิดค่าตั๋วในราคา 108 ดอลลาร์
ขณะที่"เน็ตฟลิกซ์" บริษัทให้บริการบันเทิงสตรีมมิง ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ ปรับขึ้นค่าบริการในญี่ปุ่นประมาณ 13% ในช่วงเดือนก.พ.เป็น 1,490 เยนเป็นระดับที่ใกล้กับค่าธรรมเนียมรายเดือนในสหรัฐซึ่งอยู่ที่ 13.99 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมาประมาณ 8%

