ต่างประเทศ

ยูนิเซฟระบุเด็กอัฟกานิสถานล้านคนเป็นเหยื่อที่รอการเยียวยา

ยูนิเซฟ วอนประชาคมโลกร่วมช่วยเหลือเด็กในอัฟกานิสถาน หวั่นวิกฤตอาหารคร่าชีวิตเด็กนับล้านคน ขณะ“ยูเอ็น”จัดประชุมที่นครเจนีวา เพื่อระดมเงินทุนช่วยเหลืออัฟกานิสถานกว่า 600 ล้านดอลลาร์ พร้อมเตือนอาจเกิดวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่หลังตาลีบันเข้าปกครองประเทศ

"เฮนเรียตตา โฟร์" ผู้อำนวยการบริหารองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ(ยูนิเซฟ) เตือนว่า เด็กชาวอัฟกันอย่างน้อย 1 ล้านคนจะประสบภาวะขาดสารอาหารเฉียบพลันรุนแรงในปีนี้ และอาจเสียชีวิตลงโดยไม่ได้รับการรักษา

โฟร์ วิงวอนประชาคมโลกและประเทศร่ำรวยให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว หลังจากที่รัฐบาลอัฟกานิสถานล่มสลายลงในชั่วข้ามคืนเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากกลุ่มตาลีบันเข้ายึดประเทศ

 “มีเด็กเกือบ 10 ล้านคนที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพียงเพื่อให้มีชีวิตรอด ได้โปรดช่วยเรา” โฟร์ กล่าวถึงวิกฤตด้านมนุษยธรรมในอัฟกานิสถานในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

หลังกลุ่มตาลีบันบุกยึดกรุงคาบูลเมื่อกลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา บรรดาชาติตะวันตกได้ระงับความช่วยเหลือโดยตรงแก่อัฟกานิสถาน เนื่องจากหวั่นเกรงว่า เงินดังกล่าวจะนำไปใช้ในกองกำลังติดอาวุธ 

บรรดาชาติตะวันตกมองว่าเงินช่วยเหลือสำหรับอัฟกานิสถานที่ถูกระงับไว้นั้นเป็นตัวแปรสำคัญในการพยายามกดดันกลุ่มตาลีบันให้จัดตั้งรัฐบาลที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสตรีและเด็กผู้หญิง

  นอกจากนี้ โฟร์ ยังกล่าวว่า “ประชาชนเกือบ 600,000 คน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งนั้นเป็นเด็กต้องพลัดพรากจากที่อยู่เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานปีนี้ หลังกลุ่มตาลีบันบุกยึดอัฟกานิสถานได้สำเร็จ

และแม้ว่าการที่สหรัฐถอนทหารออกจากประเทศเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้ส่งผลให้กลุ่มความช่วยเหลือจากนานาชาติอื่นๆ ตัดสินใจออกจากอัฟกานิสถานเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ยูนิเซฟยังคงยืนหยัดเพื่อปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง”

ด้านยูเอ็นได้จัดการประชุมที่นครเจนีวาเพื่อระดมเงินทุนช่วยเหลืออัฟกานิสถานกว่า 600 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งเตือนว่าอาจเกิดวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่หลังตาลีบันปกครอง

การประชุม ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันจันทร์ (13ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น จะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็นเข้าร่วมหลายคน รวมถึง อันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการยูเอ็น นายปีเตอร์ เมาเรอร์ ประธานคณะกรรมการกาชาดสากล (ไอซีอาร์ซี) และผู้แทนรัฐบาลจากประเทศต่างๆ

กูเตียร์เรส กล่าวว่า อัตราความยากจนในอัฟกานิสถานเลวร้ายลงนับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว โดยหนึ่งในสามของชาวอัฟกันไม่รู้ว่าจะหาอาหารมือต่อไปจากที่ไหน ขณะที่การบริการขั้นพื้นฐานเพื่อสาธารณชนในอัฟกานิสถานไม่ทำงาน 

“ชาวอัฟกานิสถานจำเป็นต้องดำเนินชีวิตต่อไปหลังจากประเทศอยู่ในภาวะสงครามมานานหลายสิบปี ประเทศนี้บอบช้ำอย่างหนักและไม่มีความมั่นคง ในแต่ละชั่วโมงพวกเขาเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต”กูเตียร์เรส กล่าว

นอกจากนี้ นาบกูเตียร์เรส ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาว ชาวอัฟกานิสถานจำนวนมากอาจเผชิญหน้ากับภาวะไม่มีอาหารรับประทานภายในปลายเดือนนี้ 

ด้านเจ้าหน้าที่ยูเอ็นและอาสาสมัครบรรเทาทุกข์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ก่อนที่ตาลีบันจะยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ชาวอัฟกันประมาณครึ่งประเทศ ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติอยู่แล้ว และจำนวนคนเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งจากวิกฤตภัยแล้ง ภาวะขาดแคลนเงินสดและขาดแคลนอาหาร

ทั้งนี้ เงิน 1 ใน 3 จากจำนวน 606 ล้านดอลลาร์ ที่ยูเอ็นร้องขอจะถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) หลังจากผลสำรวจระหว่างเดือนส.ค.-ก.ย.บ่งชี้ว่า พลเมืองอัฟกัน 93% จากทั้งหมด 1,600 คนไม่ได้รับประทานอาหารอย่างเพียงพอ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงเงินสดได้

ในส่วนของเศรษฐกิจของอัฟกานิสถาน ประสบปัญหาซบเซาหนักอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนกลุ่มตาลีบันเข้ายึดอำนาจ โดยธนาคารโลก ระบุว่า เศรษฐกิจของอัฟกานิสถานเป็นเศรษฐกิจที่ประกอบไปด้วยความเปราะบางและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก ขณะที่ 75% ของงบค่าใช้จ่ายสาธารณะไม่ได้มาจากรัฐบาล แต่เป็นเงินช่วยเหลือจากสถาบันระหว่างประเทศและรัฐบาลประเทศต่างๆ อย่างสหรัฐ