วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาวโจนส์'ร่วง 299 จุดหลุดแนว 35,000

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันศุกร์ (16 ก.ค.)ปรับตัวร่วงลง 299 จุด หลุดระดับ 35,000 จุด จากปัจจัยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฉุดตลาด แม้มีการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่สดใส

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวร่วงลง 299.17 จุด หรือ 0.86% ปิดที่ 34,687.85 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 0.75% ปิดที่ 4,327.16 จุดและดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 0.8% ปิดที่ 14,427.24 จุด

หุ้มกลุ่มเทคโนโลยีฉุดตลาดลงในวันนี้

ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 35,000 จุดในช่วงแรก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 0.4% หลังจากดิ่งลง 1.7% ในเดือนพ.ค.

ยอดค้าปลีกดีดตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้บริโภค

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากลดลง 1.4% ในเดือนพ.ค.

การเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนก็ไม่ได้ช่วยหนุนตลาดในวันนี้

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นโมเดอร์นาพุ่งขึ้นเกือบ 10% ในวันนี้ ขานรับข่าวที่ว่าหุ้นของบริษัทจะถูกรวมในการคำนวณดัชนีเอสแอนด์พี500 ในสัปดาห์หน้า

การที่หุ้นโมเดอร์นาได้รับการรวมในการคำนวณดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะทำให้กองทุนขนาดใหญ่ที่บริหารเงินทุนมากกว่าล้านล้านดอลลาร์จะรวมหุ้นของทางบริษัทในพอร์ทการลงทุน

การรวมหุ้นโมเดอร์นาในดัชนีเอสแอนด์พี500 ถือเป็นชัยชนะอีกครั้งหนึ่งของบริษัท ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยี mRNA โดยบริษัทระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากจะนำมาผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แล้ว ยังสามารถนำมาผลิตวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ รวมทั้งผลิตยารักษาโรคหัวใจ มะเร็ง และยารักษาปัญหาด้านพันธุกรรม

หุ้นโมเดอร์นาจะเข้ารวมในดัชนีเอสแอนด์พี500 ในวันที่ 21 ก.ค. โดยทดแทนบริษัท Alexion ซึ่งถูกบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าซื้อกิจการ

ทั้งนี้ ราคาหุ้นโมเดอร์นาพุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ผลสำรวจผู้นำธุรกิจภาคบริการในนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนกติกัต พบว่า ดัชนีธุรกิจภาคบริการลดลง 1.5 จุด สู่ระดับ 41.7 ในเดือนก.ค. แต่ยังคงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนมิ.ย.

ดัชนีได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานและค่าจ้าง ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

ทั้งนี้ เฟดได้ดำเนินการสำรวจดังกล่าวเมื่อวันที่ 1-9 ก.ค.