ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (12 ก.ค.)ปรับตัวร่วงลง 46 เซนต์ หลุด 74 ดอลลาร์/บาร์เรล เหตุนักลงทุนวิตกโควิด-19 กระทบอุปสงค์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 46 เซนต์ ปิดที่ 74.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 39 เซนต์ ปิดที่ 75.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
รัฐมนตรีคลังของกลุ่มจี20 เตือนว่า ไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์ และการเข้าถึงวัคซีนของประเทศต่างๆที่ยังไม่มีความเท่าเทียมกัน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ซึ่งนักวิเคราะห์วิตกว่าความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลให้ประเทศต่างๆพากันแข่งขันกันผลิตน้ำมัน ขณะที่ไร้ข้อตกลงควบคุมกำลังการผลิต
โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า ความล้มเหลวในการเจรจาของกลุ่มโอเปกพลัสได้สร้างความไม่แน่นอนต่อนโยบายการผลิตน้ำมัน แต่โกลด์แมน แซคส์ยังคงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะยังคงพุ่งแตะระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงต้นปีหน้า
ทั้งนี้ โอเปกพลัสได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
รายงานระบุว่า ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียเสนอให้เพิ่มกำลังการผลิตรวม 2 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยให้ทยอยปรับเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนส.ค.ไปจนถึงเดือนธ.ค.2564 และขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตที่เหลือไปจนถึงปลายปี 2565
อย่างไรก็ดี ยูเออี คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ในการกำหนดระดับการผลิตขั้นต่ำ เนื่องจากยูเออี ต้องการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายน้ำมัน หลังจากที่ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19


