ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันศุกร์ (21พ.ค.)ย่อตัวลง 0.3% เพราะถูกกดดันจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเฟดได้ส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวร่วงลง 0.3% ปิดที่ราคา 1,876.70 ดอลลาร์/ออนซ์
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ราคาทองปรับตัวลงในวันนี้ แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่มการถือครองทอง สู่ระดับ 1,037.09 ตัน
ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 68.1 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 63.5 ในเดือนเม.ย.
ดัชนีพีเอ็มไอยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ทั้งภาคการผลิตและบริการ
ดัชนีพีเอ็มไอ ได้รับแรงหนุนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ส่วนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจดีดตัวขึ้นขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง


