background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ดิ่ง 345 จุด

‘ดาวโจนส์’ดิ่ง 345 จุด

‘ดาวโจนส์’ดิ่ง 345 จุด เหตุนักลงทุนผวาบอนด์ยีลด์พุ่ง หลัง “พาวเวล” เตือนเงินเฟ้อ

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(4มี.ค.)ดิ่งลง 345 จุด จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้น หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเตือนว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเงินเฟ้อหลังการเปิดเศรษฐกิจ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวร่วงลง 345.95 จุด หรือ 1.1% ปิดที่ 30,924.14 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 1.3% ปิดที่ 3,768.47 จุด และดัชนีแนสแด็ก ร่วงลง 2.1% ปิดที่ 12,723.47 จุด

นายพาวเวลกล่าวว่า การที่สหรัฐกลับมาเปิดเศรษฐกิจ หลังมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จะทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นแต่นายพาวเวลก็ยืนยันว่า การปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และยังไม่มีความรุนแรงเพียงพอที่จะทำให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นายพาวเวล ระบุว่า การที่ภาวะเงินเฟ้อจากราคาสินค้าดูเหมือนดีดตัวขึ้น เนื่องจากมีการเปรียบเทียบกับฐานซึ่งอยู่ในระดับต่ำมากในปีที่แล้ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ นายพาวเวล ยังกล่าวว่า การที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น เศรษฐกิจจะต้องมีการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และเงินเฟ้อจะต้องอยู่เหนือระดับ 2% อย่างยั่งยืน ซึ่งเขาไม่คาดว่าภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นในปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.5% ในวันนี้ หลังการกล่าวถ้อยแถลงของนายพาวเวล

ทั้งนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีถือเป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น จะทำให้เม็ดเงินในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มมากขึ้น และบริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

นอกจากนี้ ยังมีความวิตกว่า การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะลดความน่าดึงดูดของการลงทุนในหุ้น ทำให้นักลงทุนหันเข้าสู่ตลาดพันธบัตร