ประชาชนเมียนมาหลายหมื่นคนหลั่งไหลลงถนนต้านการรัฐประหาร แม้รัฐบาลสั่งตัดอินเทอร์เน็ตก็มิอาจหยุดยั้งความคั่งแค้นที่กองทัพโค่น “ออง ซาน ซูจี” ผู้นำจากการเลือกตั้งได้
การต่อต้านทั่วประเทศเริ่มต้นมาตั้งแต่วันเสาร์ (6 ก.พ.) ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ (7 ก.พ.) ประณามการรัฐประหารที่ทำให้ประชาธิปไตยที่เพิ่งทดลองมาได้ 10 ปีต้องหยุดชะงักลง
ที่นครย่างกุ้ง ประชาชนหลายหมื่นคนเดินขบวนถือป้ายผ้า “ความยุติธรรมเพื่อเมียนมา” “เราไม่ต้องการเผด็จการทหาร” บ้างก็โบกธงแดงสัญลักษณ์พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของอองซาน ซูจี ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนก็บีบแตรสนับสนุนผู้ประท้วง
“ผมขอประณามการรัฐประหารของกองทัพอย่างถึงที่สุด ไม่กลัวหรอกว่าจะถูกปราบปราม ผมจะมาร่วมทุกวันจนกว่าแม่ซูจะเป็นอิสระ” จี ผิ่ว จ่อ นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปีกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี
ผู้ประท้วงย่างกุ้งเริ่มรวมตัวกันที่ศาลาว่าการในช่วงบ่าย หลังจากตำรวจปราบจลาจลปิดเส้นทางเดินไปย่านกลางเมืองหลายจุด
“เราจะสู้จนถึงที่สุด ถ้าเราปิดฉากเผด็จการทหารได้ คนรุ่นหน้าก็จะมีประชาธิปไตย” เย จ่อ นักศึกษาเศรษฐศาสตร์วัย 18 ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น
สุดสัปดาห์นี้คนออกมาต่อต้านรัฐประหารเพิ่มขึ้นมาก แม้ทางการจะสั่งตัดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ อารมณ์คล้ายๆ กับตอนที่อินเทอร์เน็ตถูกตัดและจับกุมซูจีและผู้นำระดับสูงหลายคนเมื่อวันจันทร์ (1 ก.พ.) ที่ผ่านมา
โลกออนไลน์เองก็ประสานเสียงท้าทาย รวมถึงการที่ประชาชนออกมาเคาะกระทะเคาะหม้อยามค่ำคืน ตามความเชื่อดั้งเดิมว่าเป็นการขับไล่ปีศาจร้าย
หลังจากการประท้วงเมื่อวันเสาร์ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชนทวีตข้อความ “กองทัพและตำรวจเมียนมาต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าสิทธิการรวมตัวกันอย่างสงบได้รับการเคารพเต็มที่ ผู้ประท้วงต้องไม่ถูกเอาคืน”
ที่มัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ มีการประท้วงเหมือนกันแต่ขนาดเล็กกว่า ส่วนที่มะละแหม่งเจ้าหน้าที่เอ็นจีโอรายหนึ่งเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้ประท้วงรวมตัวกันราว 400 คน
บรรยากาศที่ย่างกุ้งหลายคนชู 3 นิ้ว เหมือนกับในภาพยนตร์เรื่อง“Hunger Games” ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านรัฐบาลของการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในไทยเมื่อปีก่อน วานนี้ที่กรุงเทพฯ ประชาชนราว 300 คนรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ เพื่อประท้วงการรัฐประหารในเมียนมาเช่นกัน ทางการไทยจึงต้องส่งตำรวจปราบจลาจลเข้ามาดูแล แต่ไม่มีเหตุปะทะ
กระแสการประท้วงที่คุกรุ่นขึ้นทุกทีในสัปดาห์นี้ ทำให้คณะทหารสั่งตัดการเข้าถึงเฟซบุ๊ค โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมียนมา แต่วานนี้มีการถ่ายทอดสดภาพการเดินขบวนผ่านเฟซบุ๊ค โดยไม่แน่ใจว่าหลุดรอดการปิดกั้นของรัฐบาลมาได้อย่างไร เพราะรัฐบาลสั่งบล็อกโซเชียลมีเดียเพิ่มตั้งแต่วันศุกร์ (5 ก.พ.) รวมถึงบล็อกทวิตเตอร์
กลุ่มสังเกตการณ์อินเทอร์เน็ต “เน็ตบล็อก” กล่าววานนี้ว่า การชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วประเทศส่วนใหญ่ยังใช้ไม่ได้ ทำได้แค่ 14% ของระดับปกติเท่านั้น
“ตอนนี้เหล่านายพลกำลังพยายามทำให้ขบวนการต่อต้านของประชาชนเป็นอัมพาต ปล่อยให้โลกภายนอกตกอยู่ในความมืด โดยตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งหมด” ทอม แอนดรูว์ส ผู้แทนพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาของยูเอ็นให้ความเห็น
ถึงขณะนี้ ซูจีและผู้ช่วยบางคนและคนอื่นๆ อีกหลายสิบคนถูกจับ แต่ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ยังมีคนถูกควบคุมตัวอีกกว่า 150 คน วันเดียวกันนั้นมีข่าวลือว่าซูจีได้รับการปล่อยตัวแล้ว ทำให้ผู้สนับสนุนเธอพากันโห่ร้องบนท้องถนน แต่สุดท้ายทนายความซูจีออกมาปฏิเสธข่าว
ซูจีนั้นแม้จะชื่อเสียงมัวหมองลงในโลกตะวันตก แต่ยังได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศ สุภัตรา ภูมิประภาส นักแปลผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมา โพสต์เฟซบุ๊คอัพเดตสถานการณ์เมื่อเวลา 15.30 น. ระบุ อองซาน ซูจี ถูกพาย้ายจาก Counsellor Home ไปกักบริเวณที่บ้านพักส่วนตัวที่ Rose Garden ในกรุงเนปิดอว์ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.)


