วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'จีเอ็ม'หยุดผลิตรถ4รง.เหตุขาดแคลนชิพ

'จีเอ็ม'หยุดผลิตรถ4รง.เหตุขาดแคลนชิพ

'จีเอ็ม'หยุดผลิตรถ4รง.เหตุขาดแคลนชิพ ซึ่งบริษัทซิลิงซ์มองว่าการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนักจะไม่ยืดเยื้อแต่ในระบบห่วงโซ่อุปทานจะเจอปัญหาชิ้นส่วนรถยนต์ตึงตัวเข้ามาเพิ่ม

ปัญหาขาดแคลนชิพเริ่มส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ของเจเนอรัล มอเตอร์(จีเอ็ม) ล่าสุดปัญหานี้ทำให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐตัดสินใจยุติสายการผลิตทั้งหมดที่โรงงานสี่แห่งในอเมริกาเหนืออันได้แก่โรงงานในแฟร์แฟ็กซ์ แคนซัสซิตี้ อิงเกอร์ซอลล์ ออนตาริโอ และซาน หลุยส์ โปโตซิ เม็กซิโกในสัปดาห์หน้า เริ่มตั้งแต่วันที่ 8ก.พ.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ จีเอ็มยังลดการผลิตที่โรงงงานในเกาหลีใต้2แห่งลงครึ่งหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งการลดการผลิตและระงับการผลิตรถยนต์ของจีเอ็มมีขึ้นในช่วงที่บริษัทควอลคอมม์ ผู้ผลิตชิพสัญชาติสหรัฐ รายงานผลประกอบการรายไตรมาสต่ำกว่าการคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์

แม้ว่าควอลคอมม์ ไม่ได้ผลิตชิพที่ส่งผลกระทบต่อบรรดาโรงงานผลิตรถยนต์ แต่จีเอ็มก็ทำงานกับผู้ผลิตชิพบางแห่งที่ขณะนี้กำลังเจอปัญหาสินค้าตกค้าง นอกจากนี้ จีเอ็ม ยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงปริมาณความสูญเสียจากปัญหาขาดแคลนชิพ หรือเปิดเผยว่าใครคือซัพพลายเออร์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิพ

“แม้เราพยายามบรรเทาผลกระทบจากปัญาหาขาดแคลนชิพ แต่กระบวนการผลิตรถยนต์ของบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ในปี2564 เรากำลังประเมินผลกระทบโดยรวม แต่ก็ให้ความสำคัญกับการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า” แถลงการณ์ของจีเอ็ม ระบุ

จีเอ็มยังมองว่าการแก้ปัญหาขาดแคลนชิพในอุตสาหกรรมยนตรกรรมโลกไม่ใช่เรื่องง่ายนัก “การจัดหาเซมิคอนดักเตอร์ให้กับอุตสาหกรรมยนตรกรรมโลกยังคงเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูง”แถลงการณ์ของจีเอ็ม ระบุ

การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากตัดสินใจลดการผลิต รวมถึง โฟล์คสวาเกน ฟอร์ด ซูบารุ โตโยต้า และนิสสัน ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต คาดการณ์ว่าการผลิตรถทั่วโลกจะอยู่ที่ 672,000 คันน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงไตรมาสแรก พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าปัญหาขาดแคลนชิพจะสิ้นสุดลงในช่วงไตรมาสสาม

บริษัทผลิตชิพไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตชิพรายใหญ่สุดของโลก เป็นศูนย์กลางความพยายามที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ ที่ผ่านมา บรรดาผู้ผลิตชิพของไต้หวัน สัญญาว่าจะเพิ่มการผลิตขณะที่รัฐบาลกระตุ้นให้บริษัทเหล่านี้เร่งแก้ปัญหาให้หมดไป

ขณะที่ซิลิงซ์ ( Xilinx)ผู้ผลิตชิพสัญาชาติอเมริกัน ปัญหาขาดแคลนชิพที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมรถยนต์จะไม่ได้รับการแก้ปัญหาในเวลาอันรวดเร็วและปัญหานี้ขยายออกไปมากกว่าแค่เซมิคอนดักเตอร์แต่ลุกลามไปถึงวัตถุดิบและชิ้นส่วนต่างๆด้วย ซึ่งการขาดแคลนสิ่งเหล่านี้จะสร้างความไม่แน่นอนแก่แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ที่บรรดานักวิเคราะห์และผู้สังเกตุการณ์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว

“วิคเตอร์ เป็ง” ประธานและประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ซิลิงซ์ กล่าวว่า การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนักจะไม่ยืดเยื้อแต่ในระบบห่วงโซ่อุปทานจะเผชิญกับภาวะชิ้นส่วนรถยนต์ตึงตัว

“สถานการณ์ตอนนี้ ความท้าทายไม่ได้ขาดแคลนแค่เวเฟอร์เท่านั้นแต่การขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ก็เป็นปัญหาท้าทายด้วยเช่นกัน ”เป็ง กล่าว โดยซิลิงซ์ เป็นซัพพลายเออร์หลักให้ค่ายรถหลายแห่ง รวมถึงซูบารุและเดมเลอร์

เป็ง หวังว่า การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์จะไม่สิ้นสุดลงในปีนี้แต่ซิลิงซ์จะทำอย่างดีที่สุดตามความต้องการของลูกค้า และที่ผ่านมา ซิลิงซ์ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเหล่าซัพพลายเออร์ รวมถึงไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง โค เพื่อแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกกำลังดิ้นรนกับการผลิตสืบเนื่องจากการขาดแคลนชิพอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมยนตรกรรม ซึ่งจัดหาโดยบริษัทต่างๆรวมถึงเอ็นเอ็กซ์พี เซมิคอนดักเตอร์ส ,อินฟิเนียน,เรเนซาสและเอสทีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และจีเอ็มเป็นค่ายรถรายล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนชิพ

สหรัฐ เยอรมนี และญี่ปุ่นที่เป็นชาติเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากการผลิตรถยนต์ พยายามกดดันไต้หวันให้เรียกร้องไปยังบรรดาผู้ผลิตชิพรายใหญ่ในประเทศ ที่รวมถึง ทีเอสเอ็มซี ผู้ผลิตชิพตามสัญญาว่าจ้างรายใหญ่สุดของโลก และยูไนเต็ด ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ คอร์ป ผู้ผลิตชิพรายใหญ่สุดอันดับสี่ ให้เร่งกระบวนการผลิตเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนที่เกิดขึ้น

การผลิตชิพเกี่ยวข้องกับระบบห่วงโซ่อุปทานอย่างมาก ตั้งแต่การออกแบบและการผลิตผ่านทางการบรรจุหีบห่อและการทดสอบก่อนจะส่งไปที่โรงงานประกอบรถยนต์ ขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์เจอปัญหาขาดแคลนชิพ อุตสาหกรรมอื่นๆก็เจอปัญหาการขนส่งแออัดเป็นคอขวด

ขณะที่วัสดุพื้นผิวอย่างเช่น ฉนวนไมโครฟิล์มของอายิโนะโมโตะ (เอบีเอฟ)ก็เจอปัญหาขาดแคลยด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นสำหรับชิพไฮเอนด์ที่ถูกไปใช้ในรถยนต์ โดยระยะเวลาในการจัดส่งเอบีเอฟยาวนานมากขึ้นถึงกว่า 30 สัปดาห์

“ชิพที่ถูกนำมาใช้สำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการเชื่อมต่อ5จี ล้วนใช้เอบีเอฟในปริมาณมาก และความต้องการในภาคส่วนเหล่านี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการชิพที่ใช้ในรถยนต์ที่ฟื้นตัวขึ้นทำให้การจัดหาของเอบีเอฟอยู่ในภาวะตึงตัวมากขึ้น”แหล่งข่าวระดับผู้บริหารในระบบห่วงโซ่อุปทานชิพ กล่าว