'คอมฟอร์ทเดลโกร'แท็กซี่สิงคโปร์ผู้ท้าชน'แกร๊บ'

“คอมฟอร์ทเดลโกร” อดีตหุ้นส่วนของอูเบอร์ เริ่มทดลองให้บริการแอพพลิเคชันเรียกแท็กซี่ในสิงคโปร์ วานนี้ (3ก.พ.)หวังท้าชน“แกร๊บ”โดยตรง พร้อมทั้งมั่นใจว่าธุรกิจขนส่งคนจะฟื้นตัวในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19
การทดลองให้บริการแอพฯเรียกรถแท็กซี่ ของคอมฟอร์ทเดลโกร ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแท็กซี่รายใหญ่สุดของสิงคโปร์ ที่มีชื่อว่า“เบต้า ไทรอัล” เริ่มต้นด้วยการว่าจ้างรถส่วนตัวกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งให้กับผู้ดำเนินการ (โอปะเรเตอร์)เพื่อทดสอบรับบริการ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการเลือกทางเลือกต่างๆผ่านทางแอพพลิเคชันจองรถแท็กซี่ทางอุปกรณ์เคลื่อนที่
รถยนต์จำนวน 25คันค่อนข้างเป็นกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับจำนวนแท็กซี่สีน้ำเงินของบริษัทที่มีอยู่ 10,000 คันแต่การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการท้าทายบริษัทยูนิคอร์นด้านเทคโนโลยีและซูเปอร์แอพฯที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในสิงคโปร์อย่างแกร๊บ ที่ให้บริการแอพฯเรียกรถรับจ้าง
แกร๊บ ให้บริการเรียกรถทั้งรถแท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์, ส่งพัสดุ และสั่งอาหาร ผ่านทางแอพพลิเคชันบนมือถือ โดยเน้นให้บริการในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่และต่อมาได้ขยายธุรกิจเป็นเว็บท่าบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบวัน-สต็อปที่ให้บริการหลากหลายทางดิจิทัล เมื่อปีที่แล้ว บริษัทได้รับใบอนุญาตจากทางการสิงคโปร์ให้ดำเนินธุรกิจธนาคารดิจิทัลผ่านการร่วมทุนกับสิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชันส์ ซึ่งแกร๊บคาดว่าจะเปิดโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมการเงินของสิงคโปร์ที่มีมูลค่ามหาศาล
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของคอมฟอร์ทเดลโกร ยังคงเน้นธุรกิจด้านการขนส่งเพราะเป็นแหล่งสร้างรายได้หลัก โดยบริษัทประกาศว่าจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทขนส่งใหญ่สุดของโลกด้วยการมีรถยนต์เช่า รถแท็กซี่ และรถบัสจำนวนกว่า 41,000 คัน
นอกจากนี้ บริษัทยังบริหารเครือข่ายระบบรางทั้งแบบหนักและเบาในสิงคโปร์ ทั้งยังทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศทั้งในออสเตรเลีย จีน เวียดนาม มาเลเซีย สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์
การทดลองให้บริการครั้งนี้ของคอมฟอร์ทเดลโกร ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ บริษัทได้จับมือกับอูเบอร์ ผู้ให้บริการสัญชาติอเมริกันผ่านทางการบริหารจัดการที่อนุญาตให้บริษัทให้บริการแท็กซี่ของสิงคโปร์ให้ผู้ใช้บริการจองรถผ่านแพลทฟอร์มของอูเบอร์
การสร้างความหลากหลายในการให้บริการของคอมฟอร์ทเดลโกร มีขึ้นในช่วงที่สิงคโปร์เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้หลังจากเศรษฐกิจเมื่อปีที่แล้วชะลอตัวหนักเพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ราย
ธุรกิจของคอมฟอร์ทเดลโกร ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการล็อกดาวน์ของทางการสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้วเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องอยู่แต่ภายในบ้านและลดการใช้ระบบขนส่ง
ขณะที่ธุรกิจแท็กซี่ของบริษัทคอมฟอร์ทเดลโกร ประสบภาวะขาดทุน 10.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์(8.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)ในไตรมาสสามของปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานซึ่งอยู่ที่ 27.4 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้
ส่วนราคาหุ้นของคอมฟอร์ทเดลโกรเมื่อปีที่แล้ว ลดลง 46% และตลาดหุ้นสิงคโปร์ ที่คว้าตำแหน่งตลาดหุ้นที่ปรับตัวแย่ที่สุดของเอเชียไปครองเพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น โดยดัชนีสเตรทส์ไทมส์ (เอสทีไอ)ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ร่วงลงประมาณ 25%
"จิงหยี แพน" นักวิเคราะห์ของไอจี เอเชีย กล่าวว่า "ตลาดหุ้นสิงคโปร์อ่อนไหวอย่างมากต่อการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลก และการคาดการณ์ที่ว่า อัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า บางภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น เป็นคู่ค้าที่สำคัญของสิงคโปร์
นอกจากหุ้นคอมฟอร์ทเดลโกรปรับตัวลงแล้ว หุ้นสิงคโปร์ แอร์ไลน์ก็ลดลงด้วยเช่นกัน โดยลดลง 42%
แต่“แจน ออนดรัส”ศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบข้อมูลจากบิสสิเนส สคูล อีเอสเอสอีซี เอเชีย แปซิฟิก ให้สัมภาษณ์นิกเคอิกลับมองต่างออกไป โดยเห็นว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของคอมฟอร์ทเดลโกรจะช่วยให้บริษัทแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกับบรรดาผู้ให้บริการรถผ่านแอพฯรายอื่นๆ
“การเคลื่อนไหวนี้ ยังเป็นข่าวดีสำหรับนักขับรถส่วนตัวและผู้โดยสาร ซึ่งจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากความสามารถด้านการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น”ออนดรัส กล่าวและว่าจะมีการเดินทางมากขึ้นกับแอพฯของคอมฟอร์ทเดลโกร มีผู้โดยสารมากขึ้นที่อาจเลือกไม่ใช้บริการแกร๊บและหันมาใช้บริการคอมฟอร์ทเดลโกรแทน"ออนดรัส กล่าว







