อียูเห็นชอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าใช้ได้กับผู้ใหญ่ทุกคน อนามัยโลกเตือนชาติร่ำรวยอย่าทำตัว “ชาตินิยมวัคซีน” จะยิ่งทำให้โควิดระบาดยืดเยื้อ
เมื่อวันศุกร์ (29 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นสหภาพยุโรป (อียู) อนุมัติวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เป็นวัคซีนตัวที่ 3 ที่อียูเห็นชอบถัดจากไฟเซอร์/ไบออนเทคและโมเดอร์นา ในระหว่างที่อียูขัดแย้งกับอังกฤษว่าใครควรได้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าไปก่อน
“ดิฉันคาดว่าบริษัท (แอสตร้าเซนเนก้า) จะส่งมอบวัคซีน 400 ล้านโดสตามที่ตกลงกันไว้” นางเออร์ซูลา วอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิกายุโรปทวีตข้อความหลังอียูอนุมัติวัคซีนตัวนี้
ด้านบริษัทยาสัญชาติอังกฤษ-สวีเดนรายนี้ยอมรับว่า ในระยะสั้นสามารถส่งให้ได้เพียงจำนวนหนึ่งจากที่ตกลงกันว่าเพราะมีปัญหาด้านการผลิต ตอนนี้ยังผลิตให้ไม่ทันไม่ว่าจะอังกฤษหรืออียู
สัญญาณความตึงเครียดเพิ่มขึ้นทุกขณะ โดยในวันศุกร์อียูเผยแพร่สัญญาฉบับปรับปรุงที่ทำกับแอสตร้าเซนเนก้า พร้อมประกาศกลไกอนุญาตให้อียูไม่ส่งออกวัคซีนที่ผลิตขึ้นในดินแดนยุโรปได้ แต่สุดท้ายก็กลับลำคำขู่ว่าจะควบคุมการส่งออกวัคซีนให้ไอร์แลนด์เหนือ หลังอังกฤษแถลงว่ากังวลเรื่องนี้มาก
ขณะเดียวกันนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เตือนไม่ให้ชาติร่ำรวยทำตัวชาตินิยมด้านวัคซีน ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ทำให้ความเหลื่อมล้ำทั่วโลกหนักมากขึ้นไปอีก


