สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันศุกร์(29ม.ค.)ปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนมองหาสัญญาณปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานในตลาด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ร่วงลง 0.27% ปิดที่ราคา 52.20 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 0.63% ปิดที่ราคา 55.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย และการลดลงของสต็อกน้ำมันสหรัฐ แต่ก็ยังถูกกดดันจากความล่าช้าในการกระจายวัคซีนโควิด-19 และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่
ซาอุดีอาระเบียจะปรับลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 8.125 ล้านบาร์เรล/วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค. ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันที่ระดับ 7.2 ล้านบาร์เรล/วันไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค.
บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าแถลงว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ทางบริษัทพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด จะมีการส่งมอบไปยังสหภาพยุโรป (อียู) ต่ำกว่าเป้าหมายจนถึงปลายเดือนมี.ค. อันเนื่องจากปัญหาด้านการผลิต โดยคาดว่าจะมีการลดปริมาณการส่งมอบวัคซีนลง 60% เหลือเพียง 31 ล้านโดส ขณะที่บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ระบุเช่นกันว่า ทางบริษัทจะลดการส่งมอบวัคซีนโควิด-19 เหลือเพียง 50% ให้แก่ยุโรป โดยจะกระทบการส่งมอบช่วงสิ้นเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า
นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังต่อวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) หลังผลการทดลองพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพ 72% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ แต่มีประสิทธิภาพลดน้อยลงในภูมิภาคอื่น
นอกจากนี้ ผลการทดลองยังบ่งชี้ว่าวัคซีนของเจแอนด์เจไม่สามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้





