วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’วูบ 620 จุด

‘ดาวโจนส์’วูบ 620 จุด เหตุนักลงทุนผิดหวังวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันและกังวลพิษ GameStop

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (29ม.ค.)ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องโดยทรุดตัวลง 620 จุด ขณะที่นักลงทุนผิดหวังต่อผลการทดลองวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) นอกจากนี้ ดัชนีดาวโจนส์ยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะผันผวนในตลาดที่เกิดจากการปั่นหุ้น GameStop

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวร่วงลง 620.74 จุด หรือ 2% ปิดที่ 29,982.62 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 1.9% ปิดที่ 3,714.24 ดัชนีแนสแด็ก ลบ 2% ปิดที่ 13,070.69 จุด

นักลงทุนมีความกังวลต่อวัคซีนโควิด-19 ของเจแอนด์เจ หลังผลการทดลองพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพ 72% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ แต่มีประสิทธิภาพลดน้อยลงในภูมิภาคอื่น นอกจากนี้ ผลการทดลองยังบ่งชี้ว่าวัคซีนของเจแอนด์เจไม่สามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้

ทั้งนี้ เจแอนด์เจ ระบุว่า ผลการทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 กับอาสาสมัครจำนวนมากกว่า 43,000 คน พบว่า อาสาสมัครจำนวน 468 คนมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่บางคนติดเชื้อ B.1.351 ซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้

ผลการทดลองพบว่า วัคซีนของบริษัทมีประสิทธิภาพโดยรวม 66% โดยมีประสิทธิภาพ 72% ในสหรัฐ, 66% ในลาตินอเมริกา และ 57% ในแอฟริกาใต้ หลังจากมีการฉีดวัคซีนเป็นเวลา 4 สัปดาห์

วัคซีนของเจแอนด์เจสามารถสร้างภูมิต้านทานไวรัสโควิด-19 ด้วยการฉีดเพียงโดสเดียว ซึ่งแตกต่างจากวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค, แอสตร้าเซนเนก้า/มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และโมเดอร์นา ซึ่งต้องมีการฉีด 2 โดส

ขณะที่ราคาหุ้น GameStop ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายวิดีโอเกมชื่อดังในสหรัฐ พุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% นับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ และถูกมองกันว่าเป็นการรวมตัวกันของนักลงทุนรายย่อยของสหรัฐเพื่อสั่งสอนกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่มักเก็งกำไรด้วยการขายชอร์ตในตลาด

ทั้งนี้ กลุ่มนักลงทุนใน WallStreetBets ซึ่งเป็นบอร์ดย่อยใน Reddit ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดที่มีสมาชิกกว่า 4 ล้านราย และเป็นแหล่งที่นักลงทุนรายย่อยมักเข้าสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการซื้อขายหุ้นในตลาด ได้เล็งเป้าหมายที่จะผลักดันราคาหุ้น GameStop ให้สูงขึ้นเพื่อกดดันให้เฮดจ์ฟันด์ต้องกลับเข้าซื้อคืนหุ้นดังกล่าวเพื่อตัดขาดทุน หลังจากที่ได้ขายชอร์ตก่อนหน้านี้ โดยเก็งว่า GameStop จะต้องปิดกิจการในไม่ช้า

การกระทำดังกล่าวของนักลงทุนรายย่อยทำให้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ประสบภาวะขาดทุนหลายพันล้านดอลลาร์

ขณะนี้ มีความวิตกกันว่า หากหุ้น GameStop ยังคงพุ่งขึ้นต่อไป ก็จะทำให้เฮดจ์ฟันด์ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลให้เฮดจ์ฟันด์เหล่านี้พากันเทขายหุ้นอื่นในตลาดเพื่อระดมเงินมาชดเชยผลขาดทุนจากการเก็งกำไรใน GameStop

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลกันว่า ปรากฎการณ์ GameStop เป็นการส่งสัญญาณถึงการเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาด ซึ่งหากฟองสบู่แตก ก็จะสร้างความตื่นตระหนก และกระทบนักลงทุนรายย่อยอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน ปริมาณการซื้อขายหุ้นได้พุ่งขึ้นอย่างมากจากการที่นักลงทุนแห่ซื้อหุ้น GameStop โดยวอลุ่มการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้พุ่งขึ้นมากกว่า 2.37 หมื่นล้านหุ้นเมื่อวันพุธ โดยสูงกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในช่วงเกิดวิกฤตการเงินในปี 2551 ขณะที่วอลุ่มซื้อขายเมื่อวานนี้สูงกว่า 1.9 หมื่นล้านหุ้น

ราคาหุ้น GameStop พุ่งขึ้น 70% ในวันนี้ หลังจากปิดตลาดวานนี้ดิ่งลง 44% สู่ระดับ 193.60 ดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ ราคาหุ้น GameStop มีการซื้อขายที่ระดับ 2.80 ดอลลาร์/หุ้นในเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งในขณะนั้น บริษัทประกาศว่าจะปิดสาขามากกว่า 300 สาขา ท่ามกลางปัญหาหนี้สินจำนวนมากที่บริษัทเผชิญอยู่

การดีดตัวกลับขึ้นของหุ้น GameStop ในวันนี้ มีสาเหตุจากการที่ Robinhood ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์ ซึ่งให้บริการซื้อขายหุ้นผ่านแอปพลิเคชั่นโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม และมีผู้ใช้บริการมากกว่า 13 ล้านราย ได้ประกาศยกเลิกการบล็อกหุ้น GameStop โดยอนุญาตให้นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นดังกล่าวได้ในวงจำกัด หลังจากที่เมื่อวานนี้ ทางบริษัทออกกฎจำกัดการซื้อขายหุ้น GameStop โดยกำหนดค่ามาร์จิ้นที่สูงขึ้น และอนุญาตให้นักลงทุนสามารถขายหุ้นที่ถือครองอยู่ แต่จะไม่สามารถซื้อหุ้นใหม่ได้ โดย Robinhood ระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสกัดความผันผวนของราคาหุ้นในตลาด

“เราจะอนุญาตให้นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นได้ในวงจำกัดตั้งแต่พรุ่งนี้ และเราจะยังคงจับตาสถานการณ์ และอาจทำการปรับเปลี่ยนกฎการซื้อขายตามความจำเป็น” แถลงการณ์ของ Robinhood ระบุ