วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

ซีอีโอ ‘Xiaomi’ สูญเงินมหาศาลแค่ไหน หลังสหรัฐ ‘แบล็คลิสต์’

ซีอีโอ ‘Xiaomi’ สูญเงินมหาศาลแค่ไหน หลังสหรัฐ ‘แบล็คลิสต์’

คำสั่งแบล็คลิสต์ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ต่อบริษัทจีนซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่ “เสี่ยวหมี่” (Xiaomi) นอกจากส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในสหรัฐแล้ว ยังสะเทือนกระเป๋าเงินของ “เหลย จุน” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเสี่ยวหมี่อย่างมหาศาล

รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่และบริษัทจีน 9 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ บริษัทเสี่ยวหมี่ คอร์ป ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพจีน พร้อมห้ามบริษัทในสหรัฐร่วมลงทุนกับบริษัทจีนเหล่านี้

นอกจากนี้ คำสั่งขึ้นบัญชีดำดังกล่าวยังกำหนดให้นักลงทุนชาวอเมริกัน จะต้องถอนการถือครองหุ้นในแต่ละบริษัทที่อยู่ในบัญชีดำภายในวันที่ 11 พ.ย. 2564 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของผู้บริหารที่ลงนามโดยประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว

หลังมีมาตรการคว่ำบาตร ราคาหุ้นของเสี่ยวหมี่ร่วงหนักถึง 13% ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ (15 ม.ค.) และฝ่ายที่เสียหายหนัก หนีไม่พ้นบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัท

 

  • หายวับกว่าแสนล้าน

ข้อมูลจากดัชนีมหาเศรษฐีบลูมเบิร์ก (Bloomberg Billionaires Index) ระบุว่า ณ วันที่ 15 ม.ค. เหลย จุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เสี่ยวหมี่ วัย 51 ปี ซึ่งร่วมก่อตั้งบริษัทเมื่อทศวรรษที่แล้ว สูญเงินถึงราว 3,600 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.08 แสนล้านบาท

161070298718
- เหลย จุน ซีอีโอเสี่ยวหมี่ คอร์ป -

ขณะที่ หลิน ปิน รองประธานบริษัทเสี่ยวหมี่ วัย 60 ปี สูญเงิน 1,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.1 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้น ราคาหุ้นตกครั้งนี้ยังทำให้ความมั่งคั่งของเศรษฐีผู้ถือหุ้นอีกอย่างน้อย 5 คน หายวับในชั่วพริบตา

ปัจจุบัน เหลย ซึ่งถือหุ้นในเสี่ยวหมี่กว่า 25% มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิราว 2.75 หมื่นล้านดอลลาร์ (กว่า 8.25 แสนล้านบาท) ลดลงจาก 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 9.97 แสนล้านบาท) ช่วงที่ราคาหุ้นเสี่ยวหมี่แตะระดับสูงสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ความมั่งคั่งของหลินอยู่ที่ 9,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.97 แสนล้านบาท)

ซีอีโอเสี่ยวหมี่เปิดศักราช 2564 ด้วยการรั้งอันดับ 4 มหาเศรษฐีเทคโนโลยีรวยที่สุดในจีน ต่อจาก “แจ็ค หม่า” ผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา ซึ่งสูญเงินราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว หลังอาณาจักรของเขาถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากรัฐบาลจีน

 

  • ตามรอยบริษัทร่วมชาติ

ก่อนหน้านี้ ขณะที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนได้รับความเสียหายหนักจากมาตรการคุมเข้มและคว่ำบาตรด้านอื่น ๆ ของรัฐบาลสหรัฐ แต่เสี่ยวหมี่ถือเป็นบริษัทสัญชาติจีนไม่กี่ราย ที่ธุรกิจยังคงเติบโต

เห็นได้จากยอดขายสมาร์ทโฟนของเสี่ยวหมี่ที่แซงหน้ายอดขาย iPhone ของยักษ์ใหญ่สหรัฐอย่าง Apple ในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว และสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดจาก “หัวเว่ย เทคโนโลยีส์” เพื่อนร่วมชาติซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตรก่อนหน้านี้

นอกจากนั้น ราคาหุ้นเสี่ยวหมี่แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน และในเดือน ธ.ค. มูลค่าตลาดของผู้ผลิตมือถือจีนรายนี้ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์ ถือเป็นการบรรลุเป้าหมายที่บริษัทวางไว้เมื่อปี 2561

  • ความสัมพันธ์กับกองทัพจีน

กรณีที่สหรัฐกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพจีนนั้น เสี่ยวหมี่แถลงโต้แย้งว่า กองทัพไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทหรือมีอำนาจควบคุมบริษัทแต่อย่างใด และจะดำเนินมาตรการตามความเหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน

“บริษัทขอย้ำว่า เราจำหน่ายผลิตภัณฑ์และให้บริการเพื่อพลเรือนและการใช้งานเชิงพาณิชย์เท่านั้น บริษัทยืนยันว่าไม่ได้ถูกควบคุมหรือมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกองทัพจีน และไม่ใช่บริษัทในเครือข่ายกองทัพคอมมิวนิสต์จีนตามที่ถูกนิยามในกฎหมายความมั่นคงสหรัฐแต่อย่างใด” แถลงการณ์เสี่ยวหมี่ระบุ

สำหรับเสี่ยวหมี่ การถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำในช่วงเวลานี้ ถือเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง

“ขณะนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังไปได้สวยสำหรับเสี่ยวหมี่ แต่ดูเหมือนว่าการถูกแบล็คลิสต์ด้วยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงสหรัฐ ก็อาจส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ธุรกิจทั่วโลกของบริษัท ตั้งแต่การขยายตลาดสู่อินเดีย ไปจนถึงการจ้างพนักงานในตะวันตกเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในแอฟริกา” อภิสูร ปรากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์การเมืองของบริษัทที่ปรึกษา Center for Innovating the Future (CIF) ในแคนาดาวิเคราะห์

----------

อ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Investing.com